สมทบทุนค่า server เพื่อความอยู่รอดของ tidso.com -> ธนาคารกรุงไทย ออมทรัพย์ สาขาย่อยการไฟฟ้านครหลวงเพลินจิต - สมเจตน์ พิมพ์ทอง เลขที่ 092-1-11650-0
| หน้ารวมกระทู้ | ดูรายชื่อสมาชิก | สมัครสมาชิก | แก้ไขข้อมูลสมาชิก | เข้าระบบผู้ดูแล |

- ตั้งกระทู้ใหม่ -

อยากทราบประวัติวงแฮมเมอร์

ใครรู้บ้างว่าวงแฮมเมอร์มีประวัติความเป็นมายังไงบ้าง ใครทราบช่วยบอกด้วยนะจ๊ะ

โดย : bloody  Mail to bloody  
(203.172.77.143)
เมื่อ : 13/05/2005 03:07 PM

 
 
ความคิดเห็นที่: 1

สมาชิกแฮมเมอร์เป็นมุสลิมแต่มิใช่ชาวใต้ ยุคเริ่มแรก เป็นพี่น้องสกุลประธาน 3-4 คน กับเพื่อนอีกคนหรือ 2 คน
เพียงแต่บางคนเคยลงมาทำงานทางใต้บ้าง
ถ้าจำไม่ผิด วงนี้น่าจะตั้งหลังจากคาราวานเข้าป่าไป
เพราะเทปชุดแรก บินหลา นั้น เราฟังมาเกิน 20 ปีแล้ว ตั้งแต่ยังเรียนมัธยม
ประวัติก็เลยเลือนๆ จำไม่ค่อยได้

เพลงที่ชอบที่สุด คือพบรักยามแลง...เนื้อเพลงน่ารักโรแมนติกประสาคนทุ่ง
...ย่ำค่ำตะวันยอแสง
ขอบฟ้าแดงเหลืองอร่าม
สองฝั่งลำน้ำ...ทิวทัศน์งามอร่ามตา
...หนุ่มบ้านเหนือ ล่องเรือลอยลำเรื่อยมา
เจอะน้องอาบน้ำริมท่า..สวยบาดตาบาดใจ..

โดย : jeed  
(202.12.74.5)
เมื่อ : 18/05/2005 10:56 AM


ความคิดเห็นที่: 2

ขอบคุณ มากๆ ค่ะสำหรับเรื่องราวของพี่ๆ แฮมเมอร์ ถ้าโอกาสหน้าคุณ jeed มีเรื่องราวของศิลปินเพื่อชีวิตท่านอื่นๆ ก็รบกวนช่วยแนะนำและเล่าต่อด้วยนะคะ เพราะอยากรู้มากๆ เลยค่ะ
แต่ก็ต้องขอขอบคุณ คุณ jeed จริงๆค่ะ

โดย : bloody  Mail to bloody
(203.170.132.117)
เมื่อ : 7/06/2005 06:02 PM


ความคิดเห็นที่: 3

แฮมเมอร์เป็นศิลปินชาวนครปฐมครับ อัลบั้มชุดแรกน่าจะออกมาในปี 2522 ครับยุคแรกเริ่มก็มีพี่น้องสกุลประธาน 4 คนครับ คือ อารี อนุชา วินัย ชาลี กับเพื่อนอีก 2 คนครับ ยุคหลังๆมาก็มีลูกๆหลานๆเข้ามาช่วย 2ฅน ซึ่งทั่งคู่เคยออกอัลบั้มมาแล้วสองอัลบั้มนั้นก็คืออยู่ในนามวงดิออกัส ซึ่งนำเพลงเก่าของแฮมเมอร์มาร้อง และอยู่ในนามวงสิงหาซึ่งเป็นเพลงในแนวสตริง ซึ่งไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าไหร่
อัลบั้มล่าสุดของวงแฮมเมอร์ชื่อชุดว่าคิดถึงปักษ์ใต้ ฝังแล้วเพราะดีมีเพลงเกี่ยวกับใต้เยอะ ทำให้รู้สึกว่าถึงแม้เขาจะไม่ใช่ฅนใต้ แต่หัวใจเขามีความเป็นปักษ์ใต้อยู่มาก

โดย : บินหลา ณ ระโนด  Mail to บินหลา ณ ระโนด
(203.113.81.172)
เมื่อ : 7/06/2005 10:15 PM


ความคิดเห็นที่: 4

โอ้!!!!!!!!!!!!!! bloody ขอกราบขอบพระคุณ คุณบินหลา ณ ระโนด เป็นอย่างมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเลยค่ะ ที่คุณช่วยไขข้อสงสัยให้ ( ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ) เพราะการที่ bloody ได้ทราบเรื่องราวของกลุ่มศิลปินที่เราได้ฟังงานเพลงของเค้ามาตั้งแต่เด็กๆ ยิ่งทำให้ ปัจจุบัน เมื่อได้ฟัง เพลงของพวกเขาเหล่านี้ ยิ่งเพิ่มอรรถรถ เพิ่มความรู้สึก และที่สำคัญ เพิ่มความอบอุ่นในใจด้วย และแอบมีความภาคภูมิใจในงานเพลงของพี่ๆแฮมเมอร์ด้วย ขอบคุณอีกครั้งนะคะ คุณบินหลา โอกาสหน้า ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป อยากให้คุณบินหลา เล่าถึงที่มาของศิลปินเพื่อชีวิต ที่คุณบินหลาพอจะทราบ ให้ฟังให้อ่านอีกจะได้ไหมค่ะ

โดย : bloody  Mail to bloody
(202.183.176.212)
เมื่อ : 9/06/2005 06:13 PM


ความคิดเห็นที่: 5

ขอแก้หน่อยนะครับว่าวงแฮมเมอร์ออกมาชุดแรกในปี 2521 ครับไม่ใช่ 2522 (สงสัยแก่แล้ว) ชื่อชุดว่าบินหลาครับ ในชุดนี้ก็จะมีเพลงบินหลา เพลงแม่ เพลงที่นี่ไม่มีครู เพลงชาวประมง ที่เหลือจำไม่ได้แล้วครับ ส่วนลูกหลานที่มาช่วยเล่น ชื่อเรวัตและนฤชาครับ

โดย : บินหลา ณ ระโนด  Mail to บินหลา ณ ระโนด
(203.113.81.167)
เมื่อ : 10/06/2005 07:36 PM


ความคิดเห็นที่: 6

แฮมเมอร์ กลุ่มเด็กหนุ่มลูกครึ่งไทย-ปากีสถาน มมี อนุชา ประธาน เป็นผู้นำ นักร้องนักดนตรีทั้งหมด เป็นพี่น้องกัน
ก่อตั้งวงครั้งแรก ใช้ชื่อวงว่า "กระแสธาร" หลังจากสิ้นสุดเหตุการณ์ล้อมปราบนักศึกษา ในธรรมศาสตร์ อนุชายังคงนำวงกระแสธาร แสดงตามกลุ่ม กรรมกร หมู่นักศึกษา แม้จะถูกคุกคามอย่างหนักจากเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ละครั้งที่แสดงก็ต้องเปลี่ยนชื่อวงไปเรื่อยๆ ไม่ให้จำได้ เช่นวง โคทานบ้าง วงสนธยาบ้าง และอีกหลายๆชื่อ จนกระทั่ง สถานการณ์คลี่คลาย จึงลงตัวที่ "แฮมเมอร์"

แฮมเมอร์ชนะการประกวดโฟล์คซอง วันดวลเพลง เมื่อปี พ.ศ.2521 ด้วยเพลง "บินหลา" และ "สาวบ้านนอก" ซึ่งเมื่ออกเทปชุดแรกก็ได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นพอสมควร อัลบั้มชุดแรกคือชุด แชมป์วันดวลเพลง ซึ่งมีเพลงดังๆ อย่าง บินหลา ซึ่งเอาเนื้อเพลง ปฏิวัติในป่า มาปรับเปลี่ยนเนื้อหาให้อ่อนลง ไม่มีสีแดงหลงเหลืออยู่ เช่นเดียวกับเพลง แม่ ซึ่ง มาจากเพลง ความแค้นของแม่ ของ สุรชัย จันทิมาธร

ภาพข้างบนเป็น ปกอัลบั้มชุดแรก จัดจำหน่าโดย บ.พีค้อค

โดย : COWBOY  
(61.91.189.79)
เมื่อ : 12/06/2005 09:29 PM


ความคิดเห็นที่: 7

ภาพปกชุดที่2 ปักษ์ใต้บ้านเรา

โดย : COWBOY  
(61.91.189.79)
เมื่อ : 12/06/2005 09:30 PM


ความคิดเห็นที่: 8

ก่อนอื่น bloody ต้องขอกราบขอบพระคุณ คุณ บินหลา ณ ระโนด และ คุณ cowboy เป็นอย่างมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเลยค่ะ รู้สึกทึ่งและประทับใจมากๆๆเลยค่ะ ที่คุณ คนเก่งทั้ง 2 มอบความรู้ดีๆๆๆๆๆๆๆ ความทรงจำดีๆ ที่มีคุณค่าเช่นนี้มาให้ เด็กรุ่นใหม่อย่างพวกเราได้ทราบกันค่ะ ถ้าหากไม่มีการเล่าสู่กันฟัง เรื่งราวดีๆอย่างนี้คงถูกลืมเลือนแน่เลยค่ะ แล้วคุณค่าของงานเพลงเหล่านี้คงลดลงด้วย เพราะพวกเราที่เป็นเด็กคงมีความรู้สึกแค่ฟังเราะเท่านั้น แต่ความรู้สึกและความหมายที่แฝงมากับงานเพลงคงจะไม่มีถ้าเราไม่เคยรู้ถึงเรื่องราวของการเดินทางที่ยากลำบากบนเส้นทางสายนี้ ขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆค่ะ

โดย : bloody  Mail to bloody
(203.172.125.126)
เมื่อ : 13/06/2005 05:55 PM


ความคิดเห็นที่: 9

ขอบคุณนะค่ะ...สำหรับข้อมูล
ติดตามผลงานของแฮมเมอร์มานาน....ชอบมากๆๆๆๆๆๆ
เพราะคุณพ่อชอบ..และเล่าให้ฟังตั้งแต่ยังเด็ก


อยากทราบว่าแฮมเมอร์จะได้เล่นคอนเสริต์ใน กทม ป่าวค่ะ
ดูคอนเสริต์ครั้งล่าสุด ก็ เมื่อ 6 ปี ที่แล้วแถว เสนา
ใครมีข่าวคราวแฮมเมอร์ รบกวนช่วยเมล์บอกด้วยนะค่ะ
จะดีใจมาก ๆ ๆ ๆ เพราะไม่รู้จะไปถามใครดี
อยากดูแฮมเมอร์เล่นคอนเสริต์อีก และก็รอมาหลายปีแล้วด้วยค่ะ


โดย : ลิงทะโมน  Mail to ลิงทะโมน
(203.146.92.174)
เมื่อ : 7/07/2005 10:52 AM


ความคิดเห็นที่: 10

แฮมเมอร์เป็นศิลปินชาวนครนายกครับ ไม่ใช่นครปฐมครับคุณบินหลา ณ ระโนด

โดย : ขุนฅ้อน  
(203.144.139.223)
เมื่อ : 11/07/2005 02:12 PM


ความคิดเห็นที่: 11

แหม..........รายละเอียดก็มีผิดพลาดกันได้บ้าง แต่ก็ต้องขอบคุณทุกๆคนที่ร่วมส่งความรู้ดีๆมาบอกเล่าเก้าสิบกันนะคะ ขอบคุณทุกๆคนจริงๆ และยังหวังว่า ทุกๆคนคงยังใจดีพร้อมที่จะบอกเล่าเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับศิลปินเพลงเพื่อชีวิต กันอีกนะคะ

โดย : bloody  Mail to bloody
(203.172.64.22)
เมื่อ : 11/07/2005 05:17 PM


ความคิดเห็นที่: 12

แฮมเมอร์เป็นศิลปิน ชาวนครนายก นะคะ เราชอบมาก เวาฟังเพลง แฮมเมอร์แล้วฟังกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ เราเป็นคนเชียงใหม่ แต่ลงเสน่ห์วงแฮมเมอร์มาก ชอบทุกเพลง แค่ได้ยินเสียงไวโอลีน เวลาขึ้นต้น ก็ไม่อยากไปไหนแล้ว ใคร ๆที่ชอบเหมือนเราก็ติดต่อทางเมล์ได้นะคะ

โดย : มินตรา  Mail to มินตรา
(202.5.87.106)
เมื่อ : 13/07/2005 01:05 AM


ความคิดเห็นที่: 13

ครับผมแฮมเมอร์เป็นชาวนครนายกจริงๆครับ ผมจำผิดเองครับ 5555 สงสัยแก่จริง

โดย : บินหลา ณ ระโนด  Mail to บินหลา ณ ระโนด
(203.151.141.194)
เมื่อ : 13/07/2005 12:10 PM


ความคิดเห็นที่: 14

อยากได้เนื้อเพลง บินหลา ของแฮมเมอร์ ใครรู้ช่วยส่งมาที่เมล์ด้วยนะค่ะ
ขอบคุณมากๆๆๆ เลยค่ะ

โดย : Chalisa  Mail to Chalisa
(202.183.217.131)
เมื่อ : 18/08/2005 11:02 AM


ความคิดเห็นที่: 15

เนื้อเพลง บินหลา
*บินหลา บินมา บินเรื่อยมาเล่นลม ชื่นชมธรรมชาติอันที่งามสะอาด
ตา ต้นยางยืนทะนง อวดทรวดทรงไม่ยอมให้ข่ม ต้านทานแรงลมไม่เคย
พรั่นหวั่นเกรง (ซ้ำ*) สุริยาสาดแสงมา สวยหนักหนาเมื่อเพลาเช้า
สายลมแผ่วเบา ยามเช้าช่างสุขสม (ซ้ำ*) บินหลาบินมา เกาะต้น
ยางอันสูงใหญ่ แต่มีพรานไพรใจร้ายคอยจ้องยิง (ซ้ำ*)
**โธ่เอ๋ยพรานไพรเหตุไฉนใจร้ายจริง ไม่น่ามายิงบินหลาจนสิ้น
ลม บินหลา บินหลา เคยบินมาเล่นลม บัดนี้ไม่ชื่นชม เพราะบินหลา
มาจากไกล (ซ้ำ**) บินหลา บินหลา บินหลา บินหลา บินหลา
บินหลา บินหลา มาจากไกล

โดย : sakura  
(62.16.204.148)
เมื่อ : 18/08/2005 11:18 PM


ความคิดเห็นที่: 16

อยากรู้อะไรก็ส่งคำถามมาที่ komi_am_16@hotmail.comยินดีจะตอบทุกเรื่องที่รู้นะคะ และคำตอบconfirmว่าจริงทุกประการค่ะ

โดย : *ต๊อง*  Mail to *ต๊อง*
(203.130.144.55)
เมื่อ : 19/08/2005 04:09 PM


ความคิดเห็นที่: 17

อยากได้เนื้องเพลง แม่ ของศิลปินแฮมเมอร์

โดย : โจ  
(203.172.189.90)
เมื่อ : 23/08/2005 03:20 PM


ความคิดเห็นที่: 18

นามสุกล"ประธาน"ของนักร้องแฮมเมอร์ จากที่เล่าว่าเป็นลูกครึ่งปากีสถาน น่าจะเป็นชาวปาทาน หรือที่เรียกกันว่าแขกปาทาน และแขกปาทานจะใช้นามสกุลว่า"ปาทาน"กัน อย่างที่ภูเก็ตก็มีคนนามสกุลปาทานกันเยอะ แล้วก็เป็นตระกูลที่มาจากปากีสถานด้วย ประธานหรือปาทาน จึงน่าจะมีที่มาที่เหมือนกันนะ

โดย : เจ  Mail to เจ
(203.113.71.103)
เมื่อ : 28/08/2005 04:10 PM


ความคิดเห็นที่: 19

แค่แวะมาอ่าน ชอบแฮมเมอร์ เหมือนกันเพราะเป็นหนึ่งในเพลงเพื่อชีวิต เคยรู้มาว่า แฮมเมอร์ออกชุด ก่อนที่จะเป็นปักษ์ใต้บ้านเรานะ พี่ๆ เค้าออกชุดพิเศษมาชุดนึง ชื่ออะไรก็ไม่ทราบ ทราบแต่ว่า เป็นภาษายาวีทั้งอัลบั้ม แต่หญิงดิส. ก็ยังไม่เคยฟัง นะ ไม่แน่ใจจะทั้งอัลบั้มจริงหรือเปล่า

โดย : หญิงดิส.  
(202.29.18.253)
เมื่อ : 3/09/2005 01:29 PM


ความคิดเห็นที่: 20

อยากทราบว่าสมาชิกแต่ละคนชื่ออะไรบ้าง มีหน้าที่หรือรับผิดชอบเครื่องดนตรีอะไรบ้างจ๊ะ

โดย : เจ  
(203.113.71.106)
เมื่อ : 4/09/2005 01:13 PM


ความคิดเห็นที่: 21

เพลงบินหลา ไม่ใช่ของแฮมเมอร์ แต่เป็นคำร้องโดย วิสา คัญทัพ ทำนอง โดยจิ้น กรรมาชน เขารู้กันทั้งนั้นว่าแฮมเมอร์ไปลอกเลียนมาเป็นของตนเอง โดยขาดความเคารพนับถือภูมิปัญญาของผู้อื่น กับทั้งดูถูกภูมิปัญญาของตนเอง

โดย : แลนด์  
(202.133.158.250)
เมื่อ : 3/01/2006 03:00 AM


ความคิดเห็นที่: 22

เป็นแฟนเพลงแฮมเมอร์มานานมากชอบทุกเพลง ทุกวันนี้เล่นดนตรี ก็เล่นเพลงแฮมเมอร์ เล่นไวโอลิน แอคคอร์เดี้ยน ขลุ่ย แมนโดลิน เมาร์ออแกน ยกเว้นบาลาไลก้า หาซื้อไม่ได้เพาระ เป็นเครื่องคนตรีพื้นบ้านต่างประเทศ เพลงที่ผมเล่น บินหลา ปักษ์ใต้บ้านเรา กรุงเทพ กรุงเทพราตรี เข้ากรุง ปริญาขี่ควาย ผีเสื้อ ฯลฯ เหตุ ที่ชอบแฮมเมอร์ เพราะเสียงดนตรีของแฮมเมอร์เป็นเอกลักษ์ สำหรับเพลงบินหลา แม้จะไม่ใช่เพลงที่แฮมเมอร์เขียน ซึ่งนักเพลงเพื่อชีวิตตัวจริงทราบกันดี และเรื่องนี้พี่วิสาฯ เคยฟ้องร้องแอมเมอร์ ท้ายสุดแล้วตกลงกันไ้ด้ ผมคิดว่า อย่าไปตำหนิเลยนะครับ เพราะแฮมเมอร์เองเมือครั้งเล่นคอนเสริตเปิดตำนานขุนฆ้อน ยังพูดถึงเรื่องนี้

โดย : นายหัวครก  Mail to นายหัวครก
(203.209.115.222)
เมื่อ : 26/01/2006 04:16 PM


ความคิดเห็นที่: 23

ฟังแฮมเมอร์ครั้งแรกราวๆ ปลายปี 2521 จนมาเรียนรามคำแหง ปี 2522 ช่วงนั้นที่รามคำแหงมีเทปเพลงเพื่อชีวิตขายในมหาวิทยาลัยเยอะมากรวมถึงเทปเพลงของแฮมเมอร์ ด้วยเอกลักษณ์ทางดนตรีในขณะนั้นแฮมเมอร์จึงได้รับการกล่าวขานจากนักศึกษา ประชาชน ที่ชื่นชอบเพลงเพื่อชีวิตว่าแฮมเมอร์เป็นวงดนตรีระดับประเทศวงหนึ่ง พี่น้องแอมเมอร์ข่าวว่าเดิมอยู่ที่นครนายกและมาเดิบโตในกรุงเทพ

โดย : คนบ้านนอก  
(203.107.148.21)
เมื่อ : 5/02/2006 02:43 AM


ความคิดเห็นที่: 24

ชอบวงแฮมเมอร์เหมือนกันค่ะ ชอบเพื่อชีวิตมากๆ มาลีฮวนน่าก็ชอบค่ะ ได้อ่านกระทู้แล้วยอมรับว่าทุกคนมีความรู้เรื่องเพลงเยอะมากเลยนะคะ ส่วนเราชอบน่ะก็ชอบอยู่ แต่ให้รู้เรื่องราวของเขา เราไม่ค่อยรู้เลย เก่งจริงๆค่ะ นับถือ นับถือ

โดย : หินผา  
(58.11.7.26)
เมื่อ : 5/02/2006 03:14 PM


ความคิดเห็นที่: 25

ชอบครับแฮมเมอรืฟังเพลงแล้วคิดถึงปักษ์ใต้

โดย : เด็กใต้  
(202.44.32.11)
เมื่อ : 17/02/2006 11:32 AM


ความคิดเห็นที่: 26

เราอยู่ปราจีนฯ ไม่เคยได้ข่าว่าแฮมเมอร์เป็นคนนครนายกเลยนะ ให้ตายสิ...ข่าวลือหรือเปล่า ผู้ใดทราบบอกหน่อยสิ งงมากกกก..

โดย : ขอทานน้อย  
(203.114.125.114)
เมื่อ : 24/02/2006 02:02 PM


ความคิดเห็นที่: 27

แฮมเมอร์อยู่อีสานผมรู้จริง

โดย : นาถ โคกแห้ว  
(203.113.80.140)
เมื่อ : 5/03/2006 04:40 PM


ความคิดเห็นที่: 28

แฮมเมอร์อยู่นครนายกจริงๆครับ สาเหตุที่รู้ก็เพราะว่าในชุดการแสดงสด คอนเสิร์ต เปิดตำนาน ขุนฆ้อน ๒๔ ปี แฮมเมอร์ เมื่อวันเสาร์ที่ ๒ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๕ ณ โรงละครกลางแจ้ง ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย อารี ได้เป็นฅนบอกด้วยตัวเองครับ ถ้าไม่เชื่อก็ลองหาวีซีดีมาดูก็ได้ครับน่าจะยังมีขายอยู่

โดย : บินหลา ณ ระโนด  
(125.24.83.234)
เมื่อ : 6/03/2006 12:34 PM


ความคิดเห็นที่: 29

ผมอยากได้คอร์เพลงบินหลานะคับ ใครมีช่วยส่งทางเมลล์หน่อยนะคับ ขอบคุณคับ

โดย : บอล  Mail to บอล
(58.147.6.81)
เมื่อ : 24/08/2006 12:51 PM


ความคิดเห็นที่: 30

ทั้งหมดเป็นคนอำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายกครับ

โดย : ยาจก  
(58.10.234.110)
เมื่อ : 24/08/2006 06:54 PM


ความคิดเห็นที่: 31

ชอบเพลงบินหลามากดนตรีสนุกไพราะมากตอนนี้ก็กำลังฟังอยู่

โดย : บิน แฟนคลับ แฮมเมอร์ มาลีฮวนน่  
(202.28.78.130)
เมื่อ : 13/09/2006 04:28 PM


ความคิดเห็นที่: 32

อยากได้โน๊ตขลุ่ยเพลงบินหลา

โดย : ชา  Mail to ชา
(203.188.44.77)
เมื่อ : 17/09/2006 07:59 PM


ความคิดเห็นที่: 33

ผมชอบวงแฮมเมอร์มากเพลงที่ผมชอบอาทิเช่น นาแล้ง
ชาวประมง ที่นี่ไม่มีครู ปักษ์ใต้บ้านเรา บุษบาขายถ่าน ข้ามาคนเดียว แม่ หวัง แม่จ๋า เจ้าดอกไม้ อย่าหมดหวัง เราเป็นอิสลามชุดใหม่ อยากได้เพลงADDมาที่guy_chelsea@hotmail.com เบอร์โทร 029447277 เบอร์แฮมเมอร์

โดย : ชนกานต์  Mail to ชนกานต์
(203.113.77.8)
เมื่อ : 20/12/2006 12:50 PM


ความคิดเห็นที่: 34

แฮมเมอร์
แฮมเมอร์: ปักษ์ใต้บ้านเรา ชุดที่ 2
แฮมเมอร์ วงดนตรีไทย
ประวัติ
ปี 2518 ได้มีคนหนุ่มกลุ่มหนึ่ง ได้รวมตัวกันขับขานเสียงเพลงเพื่อชีวิต ในนามวง ?กระแสธาร? โดยเล่นตามมหาวิทยาลัย และในหมู่กรรมกรเป็นส่วนใหญ่ โดยเล่นต่อเนื่องกันมาเรื่อย จนกระทั้งเกิดเหตุการณ์ ไม่สงบในป้านเมืองในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 จึงได้สลายวงชั่วคราวเนื่องจากรัฐบาลเผด็จการปิดกั้นเสรีภาพทุกอย่าง ของประชาชน ทั้งที่ต่อต้านรัฐบาลหรือไม่ก็ตาม ปี 2521 ภายหลังเหตุการณ์ตุลาเลือด นักศึกษา ชาวนา ชาวไร่ รวมทั้งกองทัพแห่งวัฒนธรรมเดินทางบนภูสูง แม้เสรีภาพต่าง ๆ ังถูกปิดกั้นอยู่เช่นเดิมคนหนุ่มกลุ่มนี้จึงได้รวมตัวกันอีกครั้งหนึ่งการรวมตัวครั้งใหม่นี้ภายใต้ชื่อ ?แฮมเมอร์? โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างผลงานเพลงในแนว ?สะท้อนชีวิต?ดั่งนักข่าวโดยไม่มีการนำดนตรีไฟฟ้าเข้ามาเล่นเลย แม้แต่ชิ้นเดียว สมาชิกในยุคก่อตั้งประกอบด้วย อารี ประธาน หัวหน้าวง ร้องนำ และประพันธ์เพลง อนุชา ประธาน ร้องนำ กีตาร์ ไวโอลิน และประพันธ์เพลง วินัย ประธาน กีตาร์ แอคคอเดียน ฮาร์โมนิก้า ขลุ่ย และ ประสานเสียง ชาลี ประธาน กลองบองโก้ คองก้า และประสานเสียง ยงยุทธ พุ่มประเสริฐ กีตาร์ พิณ และทรงพล เจริญทรง กีตาร์ แมนโดลิน แบนโจ หลังจากเปลี่ยนชื่อจาก?กระแสธาร?มาเป็น?แฮมเมอร์? ก็ได้เข้าประกวดการแข่งขันโฟล์คซองในรายการ ?วันดวลเพลง? ซึ่งจัดการแข่งขันทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 มีวงดนตรีเข้าประกวด 108 วงใช้เวลาในการประกวดกว่า 6 เดือน และในที่สุด ?แฮมเมอร์? ก็ประสบความสำเร็จครั้งสำคัญ โดยชนะเลิศ ได้รับรางวัลจากองค์ชายใหญ่เมื่อเดือนธันวาคม 2521 จากเพลง ?บินหลา? และ?สาวบ้านนอก? จากนั้น ?แฮมเมอร์?ก็ได้ออกผลงานเพลงครั้งแรกของวงในปี 2522 โดยรวบรวมเพลงตั้งแต่ ยุคที่ยังเป็นวงกระแสธารจนมาถึงแฮมเมอร์ รวมทั้งหมด 15 เพลงผลิตแบบทำเองขายเอง หรือทำแบบวงใต้ดินในปัจจุบัน โดยใช้ชื่อชุดว่า ?บินหลา? (ผลงานชุดนี้อัดเสียงที่ห้องอัด ศรีกรุง ใช้เวลาเพียง 1 วัน เนื่องเพราะมีเงินค่าเช่าห้องอัดได้เพียง วันเดียว) กลางปี 2522 รุจน์ รณภพ ผู้กำกับภาพยนตร์ของบริษัทไฟว์สตาร์ในขณะนั้น สนใจเพลงบินหลา และให้แฮมเมอร์บันทึกลงในภาพยนตร์ของตนในเรื่อง?พรุ่งนี้ยังไม่สายเกินไป? นอกจากนี้สถาบันเทคโนโลยีเอเชีย รือเอไอทียังได้ติดต่อให้แฮมเมอร์ทำเพลงประกอบสารคดีของเอไอทีเรื่อง?ร่วมกันสร้าง? พร้อมทั้งยังทำเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง?นายฮ้อยทมิฬ? ด้วยสำหรับผลงานเพลงชุด?บินหลา?ได้ออกจำหน่ายอย่าง เป็นทางการในปีเดียวกันนี้เองภายใต้ ตราบริษัท?พีค๊อก สเตอริโอ? ในยุคนั้นเพลงในแนวของแฮมเมอร์ยังถือว่า เป็นเพลงต้องห้าม จึงไม่มีโอกาสได้เผยแพร่ ทางสื่อต่าง ๆ ได้เท่าที่ควร
ปี 2523 ผลงานเพลงของแฮมเมอร์เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ในหมู่ปัญญาชนและผู้ใช้แรงงาน ทางแฮมเมอร์จึง ได้เขียนเพลงระหว่างการเดินทางแสดงตามที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ จากนั้นเข้าทำการบันทึกเสียงเป็นครั้งที่ 2โดยใช้เวลาในการ บันทึกเสียงเพียง 1 วันเท่านั้น(สาเหตุเดียวกับชุดแรก) ให้ชื่อชุดว่า ?ปักษ์ใต้บ้านเรา? รวมเพลง 12 เพลง อัดที่ห้องอัด ไพบูลย์ สตูดิโอ ในเดือนเมษายน 2523 สมาชิกวงยังคงเดิม แนวเพลงใกล้เคียงกับชุดบินหลา แต่ระบบการอัดเสียง และฝีมือ ทางดนตรีพัฒนาขึ้นมาก มีความนุ่มนวลมากขึ้น และมีความดิบน้อยกว่าชุดที่ผ่านมา โดยงานชุดนี้อัดในระบบ 2 แทรค ในชุดนี้ แฮมเมอร์ได้นำเพลง ?ถึกควายทุย ซึ่งแต่งโดยเพื่อนที่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศฟิลิปปินส์ชื่อ ?ยืนยงโอภากุล? มาบรรจุ ในชุดนี้ด้วย ละได้ให้ผู้แต่งเพลงเป็นผู้เล่นกีต้าร์โซโลเองเป็นครั้งแรกที่เขามีโอกาสได้เข้าห้องอัดและแสดงผลงาน ภายหลังเขาผู้นี้ได้ตั้งวงดนตรีขึ้นและโด่งดังจนกลายเป็นตำนานวงหนึ่งของไทย ชื่อ ?คาราบาว? (แอ๊ดคาราบาว ได้ร่วมเล่นดนตรี กับแฮมเมอร์อีกหลายเพลงในชุด หมามุ่ย) ในปีเดียวกันนี้เอง แฮมเมอร์ก็ได้ทำเพลงประกอบ ภาพยนตร์อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่อง ?แผ่นดินเถื่อน? หลังจากออกผลงานเพลงชุดดังกล่าว แฮมเมอร์ได้มีงานแสดงตามสถานที่ต่าง ๆ ตลอดทั้งปีส่วนใหญ่ยังเป็น งานกลุ่มปัญญาชนและกรรมกรจัดขึ้น การมีงานแสดงมากมายเช่นนี้ จึงทำให้ยอดเทปชุด ปักษ์ใต้บ้านเราขายได้สูงอย่าง ไม่น่าเชื่อ ในตอนนั้น ปี 2524 แฮมเมอร์มีเวลาน้อยมากในการทำเพลง เพราะผลงานชุดบินหลา และปักษ์ใต้บ้านเรา ทำให้ต้องเดินทาง แสดงตลอดปีแฮมเมอร์จึงนำเพลงส่วนหนึ่งตั้งแต่ชุดปักษ์ใต้บ้านเราที่ยังไม่ได้บันทึกเสียงมารวมกับบทเพลงใหม่ที่เขียนขึ้น เพิ่มเติม ระหว่างการเดินทาง ทำการบันทึกเสียงเป็นชุดที่ 3 ชื่อว่า ?เข้ากรุง? ออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2524
โดยมีบริษัทพีค็อก สเตอริโอจัดจำหน่ายเช่นเดิม แนวเพลงไม่ได้แตกต่างกับชุดปักษ์ใต้บ้านเรา แต่จะเน้นเรื่องราวของเมืองหลวงมากขึ้นเพราะในช่วงเวลานั้นมีการเดินทางเข้าเมืองหลวง
ของคนชนบทเป็นจำนวนมาก ผลงานชุดนี้มี 11 เพลง อัดเสียงที่ห้องอัดไพบูลย์ สตูดิโอเช่นเดิมในปีนี้แฮมเมอร์ ได้รับรางวัล?ทีวีตุ๊กตาทางมหาชน? จากเพลง?ปักษ์ใต้บ้านเรา?(โดยไม่รู้ตัวและไม่เคยคาดหวังมาก่อนและรู้ข่าวขณะทำการ แสดงอยู่ต่างจังหวัด) รางวัลชิ้นนี้ ตัดสินโดยนับคะแนนจากจดหมายที่เข้ามาทั่วประเทศและจากการที่แฮมเมอร์ได้รับ
รางวัลดังกล่าวนี้ ทำให้แฮมเมอร์มีงานแสดงมากขึ้น
ต่อมาได้เซ็นสัญญาเข้าสังกัดบริษัทของ พนม นพพร และเริง รัตนะเป็นเวลา 3 ปี ช่วงปลายปี 2524ได้ออกผลงาน
อีกชุดหนึ่งชื่อ ?หมามุ่ย? เพลงส่วนใหญ่เป็นเพลง ประกอบภาพยนตร์เรื่องหมามุ่ยและยังได้นำเพลงปักษ์ใต้บ้านเรา มาประกอบภาพยนตร์ เรื่องนี้ด้วย (เรื่องหมามุ่ยออกฉายต้นปี 2525)ต้นปี 2525 แฮมเมอร์ได้ตระเวนแสดงในโรงภาพยนตร์ต่างจัดหวัด ทุกโรงที่ฉายเรื่องหมามุ่ย เพื่อโฆษณาชักชวนผู้เข้าชม การแสดงดังกล่าวนี้แฮมเมอร์ยังคงใช้สไตล์อคูสติคเหมือนเดิมและสมาชิกยังคงครบเช่นเดิมแต่ได้เสริมระบบธุรกิจเข้าไปโดยมี ผู้จัดการวงเข้ามารับผิดชอบงานด้านธุรกิจ เดือนเมษายน 2525 ได้ทำงานเพลงชุดที่ 5 แนวเพลงส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวของชนบทแนวทำนองและการร้องออกไปทาง
ลูกทุ่งชื่อชุดว่า ?นาแล้ง? มี 12 เพลง การอัดเสียงยังคงใช้เวลาน้อย เป็นการอัดแบบเล่นพร้อมกันไปเลยในห้องอัดซึ่งสมัยก่อน
การอัดเสียงใช้แบบ 2 แทรค ดังนั้น การอัดเสียงจึงเหมือนกับการแสดงสดเพียงแต่เล่นกันในห้องอัดเท่านั้น เพลงชุดนี้ได้มีการ
ประชาสัมพันธ์อย่างจริงจังและทั่วถึง มีการออกรายการต่าง ๆ ทางโทรทัศน์ อย่างไรก็ตามในสมัยนั้น การแต่งกายและหนวดเคราของสมาชิกแฮมเมอร์ ทำให้มีปัญหาอยู่บ้าง แต่ต่อมา กลับกลายเป็นเอกลักษณ์ของวงแฮมเมอร์ไป ในปีนี้แฮมเมอร์ประสบความสำเร็จอีกครั้ง โดยได้รับรางวัล
?ทีวีตุ๊กตามมหาชน? เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน การจัดรางวัลนี้ถือ เป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนั้นได้ยุบรายการไป เทปชุดนาแล้ง เป็นชุดที่ขายดีมาก สามารถจำหน่ายได้เกิน 2 แสนม้วนในเวลา
เพียง2 เดือน ถือเป็นการจำหน่ายที่เร็วมากในยุคนั้น ทำให้ผลงานเพลงที่ทำมาก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็น บินหลา ปักษ์ใต้บ้านเรา ที่นี่ไม่มีครู แม่ ชาวประมง กรุงเทพฯ ฯลฯ กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งหนึ่งทำให้แฟนเพลงเรียงร้องให้รวบรวม
เพลงเหล่านี้ให้มาอยู่ใน ชุดเดียวกัน แฮมเมอร์จึงได้นำมาบันทึกเสียงใหม่ โดยตกลงกับบริษัท อี เอ็ม ไอ ในการจัดจำหน่ายใช้ชื่อชุด ?แฮมเมอร์รวมเพลงฮิต? รวม 12 เพลง โดยไม่รวมเพลงจากชุดหมามุ่ยและนาแล้งเข้ามาด้วย
งานชุดนี้ได้รับความร่วมมือจากวิชัย ปุญญยันต์เสริมดนตรีแบ็คอัพออเคสตร้าเข้ามาด้วยเป็นผลให้ได้รับความนิยมอย่างสูง
ในการจัดจำหน่ายจนได้รับรางวัล?แผ่นเสียงทองคำ? จากบริษัทแม่ของอี เอ็ม ไอ โดยวัดจากยอดจำหน่ายเทปที่เกิน 1
แสนม้วนขึ้นไป
ผลจากยอดจำหน่ายและรางวัลต่างๆส่งให้แฮมเมอร์กลายเป็นวงดนตรียอดนิยมด้านเพลงเพื่อชีวิตของประเทศในเวลานั้น และแฮมเมอร์ได้รับการติดต่อให้ทำการตระเวนแสดงดนตรีกับลูกทุ่งวงหนึ่งทั่วประเทศ โดยตกลงทำสัญญาอย่างเป็น ทางการครั้งแรก ของวงการเพลงเพื่อชีวิตในเวลานั้น ก่อนการแสดงในที่ต่าง ๆ แฮมเมอร์ได้ออกผลงานมาอีกชุดหนึ่ง โดยนำเพลงลูกทุ่งของสายัณห์ สัญญา ที่แต่งโดยณพนรรจ์ ขวัญประภา รวม 10 เพลง ทำดนตรีใหม่ในสีลาอคูสติก แบบแฮมเมอร์ ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกของวงการเพื่อชีวิตที่มีการนำเพลงลูกทุ่งมาทำแบบอคูสติก ใช้ชื่อชุดว่า ?ยืนใจลอยคอยแฟน?ในการจัดจำหน่ายประสบความสำเร็จ พอควรแต่ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากแฟนเพลงและบุคคล ในวงการเพลงเพื่อชีวิตไม่เห็นด้วยจึงไม่สนับสนุนแฮมเมอร์ เท่าที่ควรในงานชุดดังกล่าวนี้ (แต่ไม่กีปีต่อมาศิลปินเพลงเพื่อชีวิตที่มีชื่อเสียงหลายคน ได้นำเพลงลูกทุ่งและแนวเพลงเกี่ยวกับความรักมาร้อง และบรรเลงกลับได้รับความชื่นชมจากบุคคลในวงการ เพลงเพื่อชีวิตเข้าทำนอง ?พวกเองทำ ข้าด่า ถ้าพวกข้าทำ ไม่เป็นไร? นี่แหละหนอวงการเพลงเพื่อชีวิตเมืองไทย)
หลังจากกลับจากการแสดงทั่วประเทศกับวงดนตรีลูกทุ่งในตอนนั้น แฮมเมอร์ได้บันทึกเสียงเพลงชุดใหม่ชื่อ
?คนขายขวด? ซึ่งเป็นชุดที่ 8 ออกจำหน่ายในกลางเดือนธันวาคม 2525 ต้นปี 2526 การขายชุดคนขายขวด ประสบความสำเร็จพอสมควร ทางนายทุนจึงบีบให้แฮมเมอร์เข้าห้องอัดอีก
เพื่อทำเพลงประกอบและแสดงภาพยนตร์เรื่อง ?ไอ้ขี้เมา? ซึ่งขัดกับความประสงค์และแนวทางของแฮมเมอร์
สิ่งนี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความขัดแย้งกับกลุ่มนายทุนพนม นพพรและเริง รัตนะ แต่ในที่สุดแฮมเมอร์ก็ต้องแสดงภาพยนตร์ และทำเพลงอีกชุดหนึ่งชื่อชุด ?หิ่งห้อย? ซึ่งมีเพลงที่ทำให้เกิดความขัดแย้งกับนายทุนอยู่หลายเพลง เช่น จารุณีเบอร์ 2 เป็นต้น และปลายปี 2526 แฮมเมอร์ได้ออกเทปอีกชุดหนึ่งชื่อ ?บุษบาขายถ่าน? พร้อมกับล้มเลิกสัญญากับนายทุนพนม นพพรและเริง รัตนะทันที
แต่ยังติดภาระในสัญญาจึงต้องแสดงภาพยนตร์เรื่อง?คนในซอย?
และได้เกิดปัญหาจนต้องเลิกการแสดงกลางคัน ผู้ที่เคยชมภาพยนตร์เรื่องนี้สังสังเกตุเห็นว่าสมาชิกวงแฮมเมอร์ปรากฎในเรื่องเพียงช่วงหนึ่งเท่านั้น ปี 2527 สมาชิกในวงเกิดความเบื่อหน่ายกับระบบธุรกิจและระบบนายทุน จึงติดสินใจทำเองโดยใช้ทุนของตัวเอง และให้บริษัทบูรพาเทป จัดจำหน่ายให้ ส่วนด้านประชาสัมพันธ์แฮมเมอร์จัดการเอง ใช้ชื่อชุด
?สิ้นแสงสูรย์? ถือเป็นงานอคูสติกแท้ ๆ ชุดสุดท้ายของวงแฮมเมอร์ ก่อนการเปลื่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งทางด้านดนตรี
และสมาชิกสมทบของวงในเวลาต่อมา
เทปชุดดังกล่าวค่อนข้างเงียบแม้จะเป็นชุดที่ดีมากชุดหนึ่งเนื่องจากแฮมเมอร์ไม่สามารถสู้กระแสของระบบธุรกิจในเวลานั้นได้
หลังจากสิ้นแสงสูรย์แล้ว แฮมเมอร์ตัดสินใจเข้าหาบริษัทใหญ่ดูบ้าง เพื่อความอยู่รอดของวง โดยได้ตกลงกับบริษัท นิธิทัศน์
แต่ไม่ได้ทำสัญญาต่อกันแต่อย่างใด และได้บันทึกเสียงในปี 2527 ให้ชื่อชุดว่า ?ถนนฝุ่นสีแดง? ถือเป็นงานเพลงชุดที่ 12
ในชุดนี้มีการเสริมกลองชุด เปียโนไฟฟ้า คีย์บอร์ด และเบสไฟฟ้าในบางเพลงนับเป็นครั้งแรกแฮมเมอร์ และยังได้เพิ่มสมาชิกสมทบอีกคนหนึ่ง หลังออกเทปชุดนี้ มีการแสดงดนตรีในต่างจัดหวัด เพื่อประชาสัมพันธ์เทป แต่งานชุดดังกล่าวนี้ไม่ประสบความสำเร็จในการขายที่ เป็นเช่นนี้ก็เพราะสาเหตุแรกมาจากการปรับเปลี่ยนแนวดนตรี ของวงซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหัน คนฟังรับไม่ทัน โดยเฉพาะแฟนเพลงแฮมเมอร์ ประการต่อมาเกิดจากเนื้อหาของเพลงฟังยาก
เป็นไปในเชิงปรัชญามากเกินไป ฟังแล้วเข้าใจยาก ประการสุดท้าย เกิดจากการประชาสัมพันธ์ที่ใช้เวลาสั้นเกินไป
ปี 2528 แฮมเมอร์ได้เซ็นสัญญาเข้าสังกัดบริษัทอโซน่า เป็นเวลา 3 ปี และได้ทำเพลงชุด ?โรงงาน? ซึ่งเป็นชุดที่ 13 แนวดนตรีเป็นแนวสตริงเต็มตัวมีงานอคูสติกผสมอยู่บ้างแต่น้อยมากมีการแทรกแซงทางความคิดทั้งเนื้อหาและ
ดนตรีจากนายทุนต้นสังกัด ทำให้ทางวงเกิดปัญหากับบริษัทมาโดยตลอด สำหรับบริษัทเองก็มีปัญหาภายใน เป็นผลให้เทปชุดนี้ไม่ได้รับการประชาสัมพันธ์เท่าที่ควร ยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ งานแสดงตามที่ต่าง ๆ เริ่มน้อยลง และหยุดแสดงชั่วคราวเป็นเวลาหลายเดือน ปี 2529 ทางวงมีการปรับเปลี่ยนขบวนใหม่ เสริมมือกลองแนวร็อคมาผสมกับแนวคันทรี่ที่เป็นอคูสติกของวง โดยได้มือกลองจากวงร็อคชั้นแนวหน้าวงหนึ่ง ปัจจุบันคือ ?โก้? ที่ร่วมเล่นกับยืนยง โอภากุล การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้
ทางนายทุนไม่เห็นด้วยกับการเสนอในแบบคันทรี่ร็อคโดย
ให้เน้นความเป็นเอกลักษณ์ของวงเป็นหลัก ในที่สุดวงก็ผลักดันงานเพลงจนสำเร็จ
ใช้ชื่อว่า ?แฮมเมอร์29? เป็นงานชุดที่ 14 ของวง อย่างไรก็ตามการออกอัลบั้มดังกล่าวนี้ ทางต้นสังกัดไม่ยอมทำประชาสัมพันธ์ให้อย่างเต็มที่
เพราะไม่พอใจด้วยคิดว่าเทปคงขายไม่ได้ ทำให้เทปชุดนี้ไม่ประสบความสำเร็จด้านการขาย
อย่างไรก็ตามทางวงแฮมเมอร์ยังเน้นการแสดงสดเป็นหลักโดยช่วงนี้เล่นที่ภาคใต้เป็นส่วนใหญ่
ปี 2530 แฮมเมอร์เปลี่ยนแปลงสมาชิกสมทบครั้งใหญ่ โดยยงยุทธ พุ่มประเสริฐ และโก้ ได้ออกจากวงไป
อย่างไรก็ตามแฮมเมอร์ก็ได้บันทึกเสียงอีก 2 ชุดตามสัญญากับอโซน่า โดยมีชุด ?เด็กกำพร้า? และ ?10 ปีแฮมเมอร์?
หลังจากเทป2 ชุดนี้เสร็จ สมาชิกดั้งเดิมได้ลาออกอีก 1 คนคือ ทรงพล เจริญทรง ทำให้แฮมเมอร์มีสมาชกยุค
ก่อตั้งเหลือเพียง 4 คนคือ อารี ประธาน อนุชา ประธาน วินัย ประธาน และชาลี ประธาน
หลังจากนั้นแฮมเมอร์ก็ไม่ได้ออกผลงานอีกเลยเป็นเวลา 3 ปี แต่ยังคงตระเวนแสดงอยู่เฉพาะภาคใต้ภาคเดียว ช่วงนี้จึงได้หายไปจากสื่อต่าง ๆ โดยสิ้งเชิง ปี 2533 แฮมเมอร์ตกลงกันไดักับอโซน่า จึงบันทึกเสียงอีกครั้งหนึ่ง โดยรวบรวมเพลงในอดีตทั้งที่ฮิตและไม่ฮิตมาทำใหม่ ใช้ชื่อชุดว่า ?ตำนานเพลงแฮมเมอร์? ออกมาเป็นเทปคู่1-2 แต่ก็เข้าอีหรอบเดิม ไม่ได้รับความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์อีกเช่นเคยเนื่องจากไม่มีสัญญาต่อกันนั่นเอง จากการที่บริษัทไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควรแฮมเมอร์จึงต้องออกประชาสัมพันธ์ตัวเอง
กับสื่อต่างๆออกงานสังคมบ่อยขึ้นเป็นผลให้เกิดไฟในการทำงานขึ้นอีกครั้งหนึ่งและ ได้ทำการตกลงกับนายทุนอโซน่าใหม่โดยไม่มีสัญญาต่อกันเช่นเดิม ได้ผลิตผลงานชุดใหม่ขึ้น ใช้ชื่อชุดว่า ?ฉันจะให้เธอ? มีการเปลี่ยนแปลงแนวดนตรี และการร้อง โดยเพิ่มเสียงคอรัสหญิงเข้ามา พร้อมทั้งเพิ่มสมาชิกสมทบในตำแหน่งกีต้าร์ เบสไฟฟ้า และกลองชุด รวมถึงการเสริมเสียงทางอิเล็คทรอนิคส์มากขึ้น งานชุดนี้ได้รับการต้อนรับจากแฟนเพลงพอสมควรจากเพลง?ข้ามาคนเดียว? ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นทั้ง ชื่อเสียงและธุรกิจของวง อัลบั้มชุดนี้ได้รับรางวัล 2 รางวัลด้วยกันคือ รางวัลเพลงอนุรักษ์ธรรมชาติดีเด่น จากเพลง ?โลกสีสรร? โดยชมรมสภาวะแวดล้อมสยาม และรางวัลเพลงดีเด่นสำหรับเยาวชนจากเพลง ?ทิ้งทำไม? โดยสำนักงานคณะกรรมการเยาวชนแห่งชาติหรือ สยช. หลังจากออกอัลบั้มชุดนี้แล้ว แฮมเมอร์มีปัญหากับอโซน่าอย่างมาก จนต้องแยกทางกัน ปี 2535 แฮมเมอร์ได้เซ็นสัญญากับบริษัททอปไลน์เป็นเวลา 3 ปี โดยได้ออกผลงานชุด ?สะตอ?ซึ่งเป็นชุดที่ 19
แนวดนตรียังคงเหมือนชุดที่แล้วแต่เพิ่มเสียงอคูสติกและความนุ่มนวลมากขึ้นในช่วงระยะเวลานี้ได้เกิดเหตุการทางการเมืองขึ้น (เดือนพฤษภาคม) ทำให้ยอดขายเทปชะงักไปบ้างแต่ไม่สงผลกระทบต่อวงแฮมเมอร์มากนัก มีนาคม 2536 ออกผลงานเพลงชุดที่20ของวงภายใต้สังกัดทอปไลน์ ชื่อชุด ?ฉันเป็นต้นไม้? อันเป็นชุดสุดท้ายที่ออกภายไต้สังกัดนี้
ต่อมาสมาชิสมทบได้ลาออกไป 2 คนคือ สมศักดิ์ ลิ้มเจริญ มือกีต้าร์ และมือกลองอีกคนหนึ่ง
อัลบั้มชุดฉันเป็นต้นไม้นี้ ทางวงมีเจตนาทำขึ้นเพื่อเป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติ
ดนตรีในชุดนี้เป็นการผสมผสานกันระหว่างอคูสติกและอิเล็คทรอนิกส์ และได้รับรางวัลอีก 2 รางวัลจากอัลบั้มดังกล่าว จากเพลง ?ฉันเป็นต้นไม้? และ ?เจ้าปลาวาฬ? โดยกรมป่าไม้ และ ชมรมสภาวะแวดล้อมสยามตามลำดับ
หลังจากออกอัลบั้มชุดฉันเป็นต้นไม้แล้ว แฮมเมอร์ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกแสดงสด

และได้ทำการสรุปผลการทำงานตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมา มีความเห็นตรงกันว่า วงแฮมเมอร์ควรจะทำงานที่ ตัวเองมีความชำนาญและทำได้ดี นั่นคือการกลับไปยังจุดเริ่มต้นของวงซึ่งใช้เครื่องดนตรีประเภทอคูสติก
โดยเฉพาะเครื่องดนตรีที่เป็นเอกลักษ์ของวงตั้งแต่เริมต้นเนื่องเพราะสังเกตุจากการแสดงสดซึ่งแฟนเพลงให้การต้อน
รับกับบทเพลงที่ใช้เครื่องดนตรีในลักษณะดังกล่าวมากกว่า แฮมเมอร์จึงได้ดำเนินการผลิตบทเพลงอคูสติกออกมาตอบสนองความต้องการของแฟนเพลงในชื่อชุดว่า ?กลับมาแล้ว?
ออกวางตลาดในเดือนตุลาคม 2537 ได้รับการต้อนรับจากแฟนเพลงด้วยดีทำให้แฮมเมอร์มีกำลังใจที่จะทำงานในลักษณะนี้ออกมาอีก
อีกทั้งการทำงานในชุดนี้ปราศจากความกดดันและความคิดของนายทุนโดยสิ้นเชิง
จากจุดยืนที่มั่นคงและแน่วแน่ของแนวดนตรอคูสติก แฮมเมอร์จึงนำผลงานเพลงเก่าซึ่งเคยได้รับความนิยมตลอด 17 ปีที่ผ่านมาของวง เช่น บินหลา ปักษ์ใต้บ้านเรา เข้ากรุง แม่ ที่นี่ไม่มีครู ฯลฯ มาร้อง เรียบเรียงและทำดนตรีใหม่ รวมไว้ในอัลบั้มชุดใหม่ชื่อชุด ?ฆ้อนทอง?
จุดเด่นของบทเพลงชุดนี้นอกจากจะเป็นงานในแนวอคูสติกที่ฟังสบายๆสไตล์แฮมเมอร์แล้ว
เสียงดนตรีที่ออกมายังเหมือนกับการได้ชมการแสดงของวงสด ๆทีเดียว ไม่มีเสียงทาง
อิเลคทรอนิคหลงเหลืออยู่ในชุดนี้อีกเลย และที่สำคัญ แฮมเมอร์ได้ลงทุนทำเองทุกขั้นตอนโดยได้รับ ความร่วมมือจากบริษัทออนป้า มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) เป็นผู้วางตลาดให้ โดยออกจำหน่ายเมื่อเดือนพฤษภาคม 2538
หลังจากหันหลังให้ค่ายเทปแล้วมาลงทุนทำเอง ในเดือนพฤษจิกายนปี2538นั้นเอง แฮมเมอร์ได้นำผลงานชุด ?ปักษ์ใต้บ้านเรา?
ซึ่งออกจำหน่ายตั้งแต่เดือนเมษายน 2524 โดยใช้ต้นฉบับที่อัดในระบบ 2 แทรค มาทำการรีมาสเตอร์ใหม่ในระบบดิจิตอล
ทำให้ระบบเสียงคมชัดยิ่งขึ้น ออกวางจำหน่ายใหม่เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2538 โดยใช้ชื่อชุดว่า
?ปักษ์ใต้บ้านเรา ต้นฉบับ 2523? ไม่เพียงแต่ทำงานเพลงให้กับตนเองเท่านั้นแฮมเมอร์ยัง ได้สร้างทายาทขึ้นมาสืบสานศิลปต่างๆที่แฮมเมอร์ ได้ทำมาอย่างต่อเนื่องโดยเป็นลูกหลานแท้ๆของวงแฮมเมอร์ และได้ร่วมเล่นเป็นวงแบ็คอัพให้กับแฮมเมอร์ตลอด3 ปีที่ผ่านมาชื่อวง ?ดิ ออกัส? (The August) ซึ่งในเดือนธันวาคม 2538
พวกเขาได้มีอัลบั้มเพลงของตนเองออกมาชื่อชุด ?สู้ทน? โดยมีสมาชิกของวงแฮมเมอร์ให้คำปรึกษา ลงทุนและอำนวยการผลิตให้ เป็นแนวเพลงสะท้อนชีวิตเช่นเดียวกับแฮมเมอร์
การย่างเข้าปีที่ 18 ในปี 2539 ของแฮมเมอร์นั้น ก็เริ่มต้นทำงานเพลงชุดใหม่ทันที โดยเริ่มต้นเข้าห้องอัดในเดือนกุมภาพันธ์
และแล้วงานเพลงชุดใหม่ก็แล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม และได้ตัดสิ่งใจส่งลงแผงในช่วงต้นเดือนมิถุนายน
โดยมีออนป้ารับหน้าที่ในการจัดจำหน่ายเช่นเดิม ส่วนการลงทุนลงแรงยังเป็นหน้าที่ของแฮมเมอร์ เช่นเดียวกับชุด ?ฆ้อนทอง?
งานชุดใหม่นี้ใช้ชื่อชุดว่า ?ฆ้อนเพียว ๆ? เป็นงานเพลงในรูปของอคูสติกแบบแฮมเมอร์ตามคำเรียกร้องของแฟนเพลง
มีอยู่ด้วยกัน 14 เพลง ทั้งนี้ งานเพลงชุด ?ฆ้อนเพียว ๆ?เกิดขึ้นมาได้เนื่องมาจากการสนับสนุนของแฟนเพลง ที่ให้กำลังใจต่องานเพลงชุด?ฆ้อนทอง?ที่ผ่านมานั่นเอง ในปีที่ 18 นี้ แฮมเมอร์ไม่เพียงมีงานเพลงชุด?ฆ้อนเพียว ๆ? เท่านั้น เรายังตั้งใจสานงานอื่น ๆ ที่ได้ทำงานอย่างต่อเนื่อง
ไม่ว่าจะเป็นงานด้านอนุรักษ์ งานด้านสังคมเพื่อเยาวชน ได้มีการศึกษา หลีกไกลจากยาเสพติด ซึ่งงานเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของ ?โครงการกองทุนเด็กไทยผู้ยากไร้?
(เดิมชื่อ ?โครงการกองทุนเด็กไทยผู้ยากไร้แฮมเมอร์-ยูนิเซฟ?)
ซึ่งแฮมเมอร์ได้รับการรับรองจากองค์การยูนิเซฟ องค์การสหประชาชาติ ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2532 เมื่อเข้าสู่ปีที่ 8
แฮมเมอร์จึงต้องทำงานหนักขึ้นอย่างแน่นอน แต่งานทุกอย่างลำพังเพียงแฮมเมอร์ คงทำไม่ไหวแน่ ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากแฟนเพลง และพี่น้องประชาชน ดังนั้น เมื่อโครงการต่าง ๆ ออกมาเป็นรูปเป็นร่าง แฮมเมอร์จึงต้องขอความร่วมมือจากแฟนเพลง อย่างแน่นอน หลังจากออกอัลบั้มชุดที่ 25
?ฆ้อนเพียว ๆ? แฮมเมอร์ก็เดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง ผลจากการต้อนรับของแฟนเพลงจากผลงานชุดดังกล่าว แฮมเมอร์ต้องออกแสดงคอนเสิร์ตไปทั่วประเทศ ทำให้เกิดพลังและกำลังใจที่จะสร้างสรรค์ผลงานออกมาอีก
ต้นเดือนมกราคม 2540 เริ่มต้นปีที่ 19 ของแฮมเมอร์จากการตระเวณแสดงคอนเสิร์ตในที่หลายๆแห่งแฟนเพลง
ได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเพลงในชุดต่างๆที่ผ่านมาของแฮมเมอร์ว่ามีผู้เห็นแก่ได้ ละเมิดลิขสิทธิ์นำผลงานของวงไปอัดขาย บางบริษัทถึงกับละเมิดกันทั้งชุดเลย มีทั้งแผ่นซีดีและเทปคาสเซ็ท คุณภาพเสียงก็แย่มาก
ก่อให้เกิดความผิดหวังสำหรับผู้ที่รักเสียงเพลงของแฮมเมอร์ เมื่อได้ฟังเรื่องราวเหล่านี้ แฮมเมอร์จึงได้ปรึกษากันและมีมติว่า
ในชั้นแรกนี้จะรวบรวมเพลงที่มีจังหวะหรือสามารถใส่จังหวะสามช่า นำมาทำดนตรี ร้อง และบรรเลงใหม่ในสไตล์อคูสติก
รวบรวมลงในอัลบั้มหนึ่งอัลบั้ม เพื่อให้แฟนเพลงได้ชื่นชมกับบทเพลงของแฮมเมอร์ที่เป็นของแท้
จึงตัดสินใจเข้าห้องอัดเสียงและเริ่มทำผลงานชุดใหม่ดังกล่าวในเดือนกุมภาพันธ์ 2540
มีนาคม 2540 การทำงานสำหรับชุดใหม่เสร็จสิ้นลง ได้ผลงานทั้งหมด 16 เพลง เป็นเพลงเก่า 14 เพลง แต่งขึ้นใหม่ 2 เพลง
ใช้ชื่ออัลบั้มชุดนี้ว่า ?สามช่าอคูสติก? ออกวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2540
ตลอดเวลาเกือบสองทศวรรษที่ผ่านมา แฮมเมอร์ได้ยืนหยัดกับแนวทางดนตรีที่พวกเขาเลือก แม้จะต้องผจญกับอุปสรรคนา
นับประการ แต่พวกเขาก็ไม่เคยท้อถอย ยังคงมุ่งมั่นในสิ่งที่พวกเขาเชื่อมั่น ปัจจุบันวงดนตรีแฮมเมอร์ ได้กลายเป็นตำนานบทหนึ่ง ของวงการเพลงของประเทศนี้ไปแล้ว โดยเฉพาะเพลง ?ปักษ์ใต้บ้านเรา?ถือได้ว่าเป็นบทเพลงที่มีคนรู้จักมากที่สุดเพลงหนึ่งของประเทศไทย จนกลายเป็นเพลงประจำภาคใต้ไปแล้ว โดยปริยายและจากประสพการณ์ทางด้านการแสดงสดอันยาวนานของแฮมเมอร์ทำให้การแสดงบนเวทีของพวกเขาสนุกสนาน และไม่มีความน่าเบื่อเลย แม้ว่าจะแสดงในแนวอคูสติกก็ตาม กล่าวกันว่าวงดนตรีคณะแฮมเมอร์เป็นวงดนตรีที่แสดงสด ได้ดีที่สุดวงหนึ่งตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน แฮมเมอร์จะยังคงมุ่งหน้าสร้างสรรค์ผลงานเพลงเพื่อแฟนเพลง และก้าวเดินสู่ปีที่ 20 ซึ่งจะมาถึงในปี 2541 นี้ ด้วยความมั่นคงและเหนียวแน่นในแนวทางต่อไป
?ฆ้อนนี้จะตอกย้ำ เพื่อก้าวล้ำวัฒนธรรมไทย
เพื่อสร้างสรรค์อนาคตสดใส ให้ก้าวไกลอย่างมีพลัง?
ผลงานของวงแฮมเมอร์
บินหลา (2522)
ปักษ์ใต้บ้านเรา (2523)
เข้ากรุง (2524)
ชุดพิเศษ (2524) (เพลงบรรเลงดนตรีล้วน)
ชานเมือง (2524) (ผลงานเพลงลูกทุ่งชุดพิเศษของแฮมเมอร์และแอ๊ด คาราบาว )
หมามุ่ย (2524)
นาแล้ง (2525)
รวมเพลงฮิต (2525)
ยืนใจลอยคอยแฟน (2525) (เพลงลูกทุ่ง)
คนขายขวด (2526)
หิ่งห้อย (2526)
บุษบาขายถ่าน (2526)
มุ้งมิ้ง (2526) (ผลงานเดี่ยวของ อนุชา ประธาน)
สิ้นแสงสูรย์ (2527)
ฝุ่นสีแดง (2527)
โรงงาน (2528)
แฮมเมอร์ 29 (2529)
เด็กกำพร้า (2530)
10 ปี แฮมเมอร์ (2530)
ตำนานเพลงแฮมเมอร์ (2533)
ฉันจะให้เธอ (2534)
เจาะอดีต (2535)
สะตอ (2536)
ฉันเป็นต้นไม้ (2536)
กลับมาแล้ว (2537)
ฆ้อนทอง (2538)
ฆ้อนเพียว ๆ (2539)
สามช่าอคูสติค (2540)

โอ่ โอ...ปักษ์ใต้บ้านเรา แม่น้ำ ภูเขา ทะเลกว้างไกล จะไปไหน กลับใต้ บ้านเรา จะไปไหนกลับใต้บ้านเรา"
"ปักษ์ใต้บ้านเรา" เป็นบทเพลง ที่ฟังทีไรก็ทำให้เราหวนคิดถึงบ้าน ด้วยจังหวะและการใช้เครื่องดนตรี น้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ส่งผลให้หนุ่มใต้ที่รวมตัวกันในนามของวง "แฮมเมอร์" ที่ผู้คนรู้จักกันไปทั่วสมาชิกในวงประกอบด้วยสี่หนุ่มใหญ่ที่เป็นพี่น้องร่วมสายโลหิต หน้าตาคมเข้ม แต่งตัวเซอร์ๆ กับนัยน์ตาที่รอคอย ความหวังให้ความสงบสุขกลับสู่ชาวใต้ บทเพลงของ "แฮมเมอร์" ได้ถ่ายทอดเจตนารมณ์ผ่านท่วงทำนองที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมีเนื้อหาที่สะท้อนถึงวัฒนธรรม และประเพณีที่ดีงามของชาวปักษ์ใต้ตลอดการทำงานผ่านเส้นเสียงเกือบ 28 ปี

วงแฮมเมอร์โดยการนำของ อารี ประธาน พี่ชายคนโต เริ่มต้นเดินทางบนถนน สายสายดนตรีเมื่อปี 2521 โดยมีการรวมตัวกันของสมาชิกในวงที่ถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีความใกล้ชิด และมีความสามารถทางด้านดนตรีประกอบด้วย อนุชา-วินัย-ชาลี ประธาน อัลบั้มแรกเริ่มเปิดตัว คือ บินหลา การเปิดตัวในครั้งนั้นทำให้วงแฮมเมอร์กลาย เป็นกลุ่มคนที่ทำดนตรีแนวสันติภาพตั้งแต่ นั้นเป็นต้นมา ด้วยผลงานถ่ายทอดบทเพลง แนวสันติภาพ ที่ผ่านสายตาประชาชนมากว่า 28 ปี ล่าสุดวงแฮมเมอร์ได้รับเชิญมาแสดงคอนเสิร์ตในโครงการภายใต้แนวคิดเพื่อสันติภาพ ซึ่งจัดขึ้นจัดโดยสมาคมประกันชีวิตไทย เป็นการรวมตัวของหน่วยงานเอกชนหลายๆ หน่วยงานที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการประกันชีวิต โดยนายสิทธิ์ หลีขาว ผู้ประสานงานโครงการได้ให้เหตุผลในการตัดสินใจเลือกวงแฮมเมอร์มาร่วมแสดงว่า

"แนวเพลงของแฮมเมอร์เป็นแนวเพลงเพื่อสันติภาพอยู่แล้ว ซึ่งตรงกับจุดประสงค์ในการจัดโครงการครั้งนี้ด้วย เพราะฟังดูแล้วเหมือนการจรรโลงสังคม ให้สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดปัญหาดูน่าอยู่มากขึ้น"นายสิทธ์กล่าว

สำหรับสถานที่ที่ใช้ในการจัดงาน ในครั้งนี้ได้รับความเอื้อเฟื้อจากโรงเรียนเทศบาล 5 บริเวณสนามฟุตบอลของโรงเรียน กิจกรรมในช่วงเช้ามีการกล่าวเปิดงาน โดยพ่อเมืองจังหวัดปัตตานี นายภาณุ สุวรรณโณ ส่วนในภาคค่ำก็มีการจัดแสดงคอนเสิร์ตของวงแฮมเมอร์

เนื่องจากในบริเวณนี้นานๆ ครั้งที่จะมีการจัดการแสดงหรือมีคอนเสิร์ตของศิลปินดัง ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงจึงให้ความสนใจการจัดงานในครั้งนี้มากยิ่งเมื่อรู้ว่าศิลปินที่มาทำการแสดงเป็นแฮมเมอร์ก็ยิ่งเรียกคนดูให้มาร่วมงานได้มากยิ่งขึ้น

จากการฟังและชมคอนเสิร์ตในครั้งนี้ ลักษณะเด่นที่สามารถพบได้จากการแสดงของวงแฮมเมอร์คือ ความต้องการที่จะนำเสนอเสน่ห์ของดินแดนปักษ์ใต้ โดยการนำภาษามลายูมาดัดแปลงให้เป็นเนื้อหาที่เข้าใจง่ายทั้งกับประชาชนที่เป็นไทยพุทธและมุสลิมที่ไม่สามารถเข้าใจในการสื่อสารแบบภาษามลายู แต่ก็สามารถฟังเพลงและเข้าใจเนื้อหาร่วมกันได้อย่าง ปราศจากข้อสงสัยใดๆ

นายอารี ประธาน หัวหน้าวง แฮมเมอร์ ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการทำ เพลงที่นำภาษามลายูมาดัดแปลงให้เข้าใจ ง่ายขึ้นว่า

"ก่อนอื่นต้องพูดถึงภาษาก่อนว่า ภาษามลายูไม่เคยถูกยกขึ้นมาเป็นภาษา
หนึ่งในประเทศไทย มันจึงถูกปิดกั้นและ มองว่าเป็นวงนอกมาโดยตลอด ถูกมองว่า
ไม่ใช่คนไทย เราจึงเอาเพลงปักษ์ใต้บ้านเรา มาแปลงเป็นภาษามลายู แต่ในอัลบั้มชุด ล่าสุดเราใช้ภาษาไทยกลางและภาษามลายู มาผสมผสานกันให้เห็นเป็นความกลมกลืน ส่วนเนื้อเพลงจากใจลุ่มน้ำปัตตานี ซึ่งเป็นเพลงสุดท้ายของอัลบั้ม คือเจตนารมณ์ที่เราต้องการจะบอกว่า ผมเป็นคนปัตตานี ผมเป็นคนไทย เหมือนเป็นกระบอกเสียง บอกไปว่าเรารู้สึกยังไงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้ได้รู้ว่าโต๊ะครูคืออะไร ปอเนาะคืออะไร เพลงแฮมเมอร์ได้บอกวิธีการแก้ไขปัญหาแบบชาวบ้าน อยู่ที่ว่าใครจะนำไปประยุกต์เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาอย่างไร" นายอารี ยังกล่าวต่ออีกว่า

"ผมเป็นคนมุสลิมนะ ถึงจะพูดภาษายาวีไม่ได้ แต่ถ้าจะให้ถ่ายทอดออกมา
เป็นเสียงเพลงก็สามารถทำได้" นายอารีกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ก็แฝงความหมายลึกๆ เพราะความที่คลุกคลีอยู่ปักษ์ใต้มาเกือบทั้งชีวิต การถ่ายทอดบทเพลงในลักษณะนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินความสามารถของชายหนุ่มที่ชื่อ อารี ประธาน

บทเพลงเพื่อสันติภาพในค่ำคืนนี้ ทำให้สี่หนุ่มใหญ่แห่งวงแฮมเมอร์ เป็นเสมือน ตัวกลางในการผสานความเข้าใจให้เกิดขึ้น กับชุมชนที่อ่อนแอและได้รับผลกระทบจากปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกทั้งช่วงนี้เป็นช่วงที่เรียก ได้ว่าเป็นขาขึ้นของแนวเพลงเพื่อชีวิต คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจแนวเพลงประเภทนี้เพิ่มมากขึ้น

ครั้นเมื่อบทเพลงเริ่มบรรเลง ทุกสายตาที่อยู่ ณ บริเวณงานก็หันมาจับจ้อง และให้ความสนใจผู้ที่อยู่บนเวที เพราะด้วยเนื้อหาของบทเพลงที่เป็นภาษามลายู
จึงทำให้สามารถสะกดทุกสายตาให้อยู่ในวังวนของเสียงเพลงได้ในทันที จนกระทั่งเพลงแรกจบลงเสียงปรบมือของผู้ชม ด้านหน้าเวทีก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว ราวจะส่งสัญญาณให้วงแฮมเมอร์รู้ว่าความรู้สึกที่พวกเขาส่งผ่านมาทางบทเพลงนั้น ประชาชนที่รับฟังสามารถเข้าใจ และรับรู้ได้ถึงเจตนาและความตั้งใจของพวกเขาได้เป็นอย่างดี

เอื้อเฟื้อข้อมูลโดย หนังสือพิมพ์บูมีตานี ปีที่ 2 ฉบับที่ 7 วันที่ 1 สิงหาคม 2549 หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติของนักศึกษา คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี









เจื้อยแจ้วเพลง "ปักษ์ใต้" ตามประสา
"แฮมเมอร์"
ก้าวขึ้นสู่ปีที่ 27 แล้วกับศิลปินเพื่อชีวิตนาม "แฮมเมอร์" ภายใต้การนำของ อารี ประธาน นักร้องนำและหัวหน้าวง โดยมี อนุชา-วินัย-ชาลี ประธาน เป็นผู้ร่วมอุดมการณ์ ซึ่งวันนี้พวกเขากลับมาสะท้อนแนวคิดผ่านบทเพลงอีกครั้งกับอัลบั้มล่าสุด "คิดถึงปักษ์ใต้"
"เพลงชุดนี้สิ่งแรกที่นำเสนอคือความเป็นแฮมเมอร์ เราเขียนกันไว้ก่อนที่จะเกิดเรื่องราวคลื่นยักษ์อันดามัน แต่พอเกิดคลื่นยักษ์ขึ้นมาหลายๆ เพลงมันกลายเป็นเพลงให้กำลังใจไปโดยปริยาย จึงเป็นเวลาที่เราต้องนำเพลงชุดนี้ออกมาใช้ เพลงชุดนี้จะรวบรวมเรื่องราวที่เกี่ยวกับทางใต้ไว้เป็นหลัก" อารี บอกถึงที่มางานเพลงชุดที่ 34 ของพวกเขา ซึ่งผลงานที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะนำเสนอออกมาในแนวเพลงที่มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมทางใต้เป็นหลัก โดยชุดนี้ก็เช่นกันหลายบทเพลงได้หยิบยกเอาเรื่องราวปัญหาต่างๆ ที่โหมประดังเข้าสู่ภาคใต้ ทั้งปัญหา 3 จังหวัดชายแดน และภัยจากคลื่น "สึนามิ" มานำเสนอ
อนุชา สมาชิกอีกคนของวงกล่าวเสริมว่า ชุดนี้ถือเป็นการย้อนกลับไปทำเพลงแนวเดิมๆ เช่นเดียวกับเมื่อครั้งทำอัลบั้มชุด "ปักษ์ใต้บ้านเรา" ซึ่งหากนับจากอัลบั้มล่าสุด "รักบ้านเกิด" เป็นเวลานานถึง 3-4 ปี ที่พวกเขาไม่มีงานเพลงใหม่ๆ ออกมาเลย
"เราย้อนไปทำงานเหมือนตอนที่ทำอัลบั้มปักษ์ใต้บ้านเรา อยากให้คนมองปักษ์ใต้มากขึ้น อยากให้ทุกคนคิดถึงบ้าน อยากกลับไปพัฒนาบ้าน ทั้งดนตรี และเมโลดี้เพลงจะเหมือนเดิม เพื่อให้คนจำง่ายๆ เอาเนื้อหาเป็นหลักแล้วก็ใส่ดนตรีเสริมเข้าไป ทำนองจะเป็นพื้นบ้านทางใต้ โดยใช้เด็กรุ่นใหม่ๆ คนเก่าอาจจะล้าสมัย แต่เราจะเติมคนรุ่นใหม่เข้าไปเสริม สิ่งใหม่กับสิ่งเก่าพอมารวมกันแล้วจะเป็นความทันสมัยแบบเปิ่นๆ มันจริงใจดี"
ก่อนหน้านี้พวกเขาเห็นว่า มีศิลปินเพื่อชีวิตชื่อดังหลายคน ที่มีอัลบั้มใหม่ๆ ออกมาแต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ประเด็นนี้ อารี บอกว่า เขาเชื่อว่าแฟนเพลงส่วนใหญ่ต้องการฟังเพลงใหม่ของแฮมเมอร์ จึงไม่ค่อยเป็นห่วง แต่คิดถึงเรื่องการทำอย่างไรที่ให้งานได้กระจายทั่วถึงแฟนเพลงเก่า และใหม่อย่างทั่วถึงกันมากกว่า
"แฮมเมอร์ไม่ค่อยได้ออกงานเลย เวลาเราไปไหนแฟนเพลงจะบอกเสมอว่า เพลงเก่ามีเยอะแล้วขอเพลงใหม่ฟังบ้างเถอะ ถ้าไม่มีเพลงใหม่ออกมาพวกเขาใจเสียเหมือนว่าเราไม่มีกึ๋นแล้ว เราอาจจะไม่หวังผลของคนส่วนใหญ่ แต่หวังผลกับแฟนเพลงแฮมเมอร์
และที่เราย้ายมาอยู่ค่ายวอร์นเนอร์ มิวสิค ก็เพื่อให้งานมันกระจายออกไปสู่แฟนเพลง การขายอาจไม่ใช่จุดใหญ่ แต่ผมคิดถึงความแพร่หลายมากกว่า ที่ผ่านมาเพื่อชีวิตนิ่งสุดๆตอนนี้ผมขอขึ้นบ้าง แต่จะขึ้นได้กี่ขั้นก็ว่ากันไป"
ถามต่อถึงสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้วงการเพลงเปลี่ยนไป ในมุมของเพลงเพื่อชีวิตเป็นอย่างไร อนุชา ยอมรับว่า ทุกวันนี้คนทำเพลงเพื่อชีวิตต้องคิดมากกว่าเมื่อก่อน
"สังคมเปลี่ยนไปเร็ว ภาษาเพลงก็ต้องเปลี่ยน จะใช้คำเดิมๆ ไม่ได้ ความเป็นมาของเพลงเพื่อชีวิตนั้น มีศัพท์ที่ใช้มาเป็นรากฐานคือคำว่า "ศรัทธา" เพื่อชีวิตต้องทำอารมณ์กับเรื่องราวที่จะนำเสนอ เพื่อชีวิตบางคนทำเพลงอยากให้วัยรุ่นฟัง แต่คำที่เขาใช้มันโบราณ อารมณ์ในเรื่องน้อยเกินไป เรียกว่าอารมณ์กับดนตรีมันไปคนละทาง มันทำให้เพื่อชีวิตรุ่นใหม่หายาก ตอนเรามาคุยกับวอร์นเนอร์ เราก็บอกเขาว่า ถ้าจะทำต้องออกเลยไม่อย่างนั้นเพลงจะเก่าใช้ไม่ได้ เราอยากฝากบอกถึงเพื่อชีวิตคนอื่นๆด้วยว่า เราคิดกันน้อยเกินไปหรือเปล่าที่ผ่านมา"


โดย : ชนกานต์  Mail to ชนกานต์
(203.113.77.7)
เมื่อ : 20/12/2006 01:01 PM


ความคิดเห็นที่: 35

ขอโทษนะครับแต่ผมว่านะ วงแฮมเมอร์นะเขาเป็นลูกครึ่งครับ ไทย-ปากีสถาน ครับ และบ้านของพวกเขาอยู่แถวพระโขนงนะครับ และเมื่อ ประมาณปลายเดือนกันยาพวกเขาก็มีคอนเสิร์ตเล็กๆ ที่ ฮิตเสตชั่นนะครับ ที่ผมรู้เพราะว่าผมฟังวงนี้มาตั้งแต่เประกวดโฟล์คซองนะครับ ก็ติดตามมาตลอด [ร้องได้หมดทุกเพลง ]

โดย : คารวแผ่นดิน  Mail to คารวแผ่นดิน
(210.86.221.246)
เมื่อ : 3/12/2007 05:37 PM


ความคิดเห็นที่: 36

อยากทราบชื่อเพลงนี้ครับ...
เคยฟังนานแล้วและหาฟังยากมาก..
ใครทราบช่วยบอกที่นะครับ...
ที่ร้องว่า..
นี่หรือกรุงเทพ เมืองเทวดา ที่ลูกชายข้ามาศึกษา หาวิชาไว้ใส่ตัว
นี่หรือเมืองหลวง ใยมันหลอกลวง ลูกชายข้าชั่ว มันลืมกลิ่นโคลน
กลิ่นความสาปวัว ทั้งพ่อตัวที่เลี้ยงมันมา...
พ่อทนทำงานทุกวัน จิตใจพ่อฝันไปว่า ลูกได้เป็นนักศึกษารับใบปริญญาปีนี้ฯลฯ

โดย : นายพูลแก้ว  Mail to นายพูลแก้ว
(124.157.177.72)
เมื่อ : 9/05/2008 10:34 PM


ความคิดเห็นที่: 37

เงียบเลย

โดย : นายพูลแก้ว  Mail to นายพูลแก้ว
(117.47.176.152)
เมื่อ : 12/01/2010 03:55 PM


ความคิดเห็นที่: 38

ข้อมูลที่กล่าวมาผมคิดว่าถูกๆกันทุกคนนะครับ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบวงดนตรีแฮมเมอร์มากเช่นกันเหมือนกับท่านผู้รู้ทุกท่านที่ตอบมาครับ ขอบคุณทุกๆความรู้ที่ตอบมาเกี่ยวกับวงดนตรีวงนี้
ครับ จะได้เอาไว้ประดับมอง..ขอบคุณครับทุกท่าน
อ้อ!!ผมก็ชอบเพลง"พบรักยามแล้ง"มากเช่นกันครับ
"ย่ำค่ำตะวันรอนๆ เจอะรักซ้อนในทรวงพี่
สวยออกอย่างนี้ใครหรือจะอดใจไหว
พี่ตะลึงแลงามแท้งามยิ่งเกินใคร
เอ้หนอแม่บัวบังใบ พี่หลงคลั่งใคล้อยากจะได้ร่วมหอ"

โดย : ลุงดา  Mail to ลุงดา
(125.26.82.61)
เมื่อ : 4/09/2010 10:10 AM



login name ::
  *
  password ::   (เฉพาะสมาชิก)
 
รูปประกอบ ::
  ไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
รายละเอียด ::
  *
  ใส่รูปแสดงอาการ ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
     

 Search Word:

This Website was created and designed by รัตติกาล - January 2003