สมทบทุนค่า server เพื่อความอยู่รอดของ tidso.com -> ธนาคารกรุงไทย ออมทรัพย์ สาขาย่อยการไฟฟ้านครหลวงเพลินจิต - สมเจตน์ พิมพ์ทอง เลขที่ 092-1-11650-0
| หน้ารวมกระทู้ | ดูรายชื่อสมาชิก | สมัครสมาชิก | แก้ไขข้อมูลสมาชิก | เข้าระบบผู้ดูแล |

- ตั้งกระทู้ใหม่ -

นิทานก้อม ขำขัน คลายเคลียด

เราจะไม่คุยกัน
??????
 มีพระอยู่ 4 รูปตัดสินใจเข้ากรรมฐานอย่างอุกฤษฏ์ โดยตกลงกันว่าจะไม่พูดกันเป็นเวลาหนึ่งเดือน วันแรกผ่านไปด้วยดี แต่พอขึ้นวันที่สอง เมื่อได้ยินเสียงผิดปกติที่กุฏิ พระรูปที่หนึ่งก็พูดขึ้นว่า
?เอ มีใครเข้าไปในกุฏิผมหรือเปล่า ไม่ได้ล็อกห้องไว้เสียด้วย?
พระรูปที่สองจึงกล่าวขึ้นว่า ?ท่านนี่แย่จัง เราตกลงกันแล้วว่าจะไม่พูดกันในช่วงเข้ากรรมฐานไง นี่ผ่านไปไม่ถึงสองวันท่านก็เผลอพูดเสียแล้ว?
พระรูปที่สามก็เลยพูดขึ้นว่า ?ท่านเองก็ว่าแต่เขา ตัวท่านเองก็เผลอพูดเหมือนกันนั่นแหละ?
พระรูปที่สี่ พอเห็นเหมือนพากันพูดกันหมด นั่งกระหยิ่มในใจว่ามีตนรูปเดียวที่ไม่ได้ จึงพูดขึ้นมาว่า
?ดูสิ พวกท่านไม่ได้เรื่องสักรูปเลย มีผมรูปเดียวที่ยังไม่ได้พูดอะไรเลย?
ให้ข้อคิด : การรู้จักมองกลับมาดูที่ตัวเอง ทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดี และที่สำคัญควรเรียนรู้ถึงคุณค่าของตัวเองในทางที่ดีงาม

โดย : พิทักษ์ชัย  Mail to พิทักษ์ชัย  
(203.151.140.112)
เมื่อ : 13/09/2006 12:37 AM

 
 
ความคิดเห็นที่: 1

อยากอยู่กระท่อมสูงๆ
มีผัวเมียคู่หนึ่ง เพิ่งจะแต่งงานกันใหม่ๆ พ่อแม่ก็ให้ไปปลูกกระท่อมอยู่กันที่ปลายนา เพื่อคอยดูแลข้าวปลาที่ทำไว้แล้ว และกำลังงาม เกรงว่าวัว ควาย นก หนู จะมากัดกินข้าวเสียหาย
ผัวเมียทั้งสองก็มิได้ขัดข้องหรือรังเกียจเกี่ยงงอนแต่ประการใด เมื่อพ่อแม่ให้ไปก็ไป เมื่อไปถึงก็ช่วยกัน
ปลูกกระท่อมด้วยไม้ไผ่ และพยายามปลูกให้สูงที่สุดเท่าที่จะสูงได้ เพราะไม่ต้องการให้น้ำท่วม
ผัวจึงไปตัดไม้ไผ่เอามาทำเสากระท่อม ตัดมามากมายก่ายกองเหลือประมาณ ปลูกกระท่อมจนเสร็จ กระท่อมนั้นนับว่าสูงที่สุดเลยทีเดียว
ครั้นเสร็จแล้วก็ขึ้นไปอยู่กัน นอนหลับสบายทั้งคืน จนรุ่งเช้าผัวตื่นขึ้นไม่เห็นเมียก็ตกใจ มองหาจนทั่วก็ไม่เห็นเมีย ผัวสงสัยคิดว่าเมียตกกระท่อม จึงก้มลงไปดูข้างล่าง เห็นเมียตกกระท่อม ร่างของเมียยังลอยอยู่ยังไม่ถึงพึ้น ยังสูงอีกมาก แล้วไม่รู้ว่าเมื่อไรจะตกถึงพื้นดิน เลยยังไม่รู้ว่าผลเป็นอย่างไร...

ข้อคิดที่ได้จากนิทานเรื่องนี้:

การทำอะไรเกินพอดี อาจเกิดโทษภัยต่างๆ ขึ้นได้ฉะนั้นควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนทำ และควรทำแต่พอดี (จากนิทานพื้นบ้าน สำหรับเด็ก และเยาวชน)

อิๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

โดย : พัชรี  
(202.143.139.115)
เมื่อ : 20/02/2007 10:31 AM


ความคิดเห็นที่: 2

คนขี้ลื้ม...ขี้ลืม
มีชายคนหนึ่งเป็นคนขี้ลืม ขี้ลืมจริงๆ เรื่องอะไรจำได้ประเดี๋ยวเดียวแล้วก็ลืมหมด
เขาจะจำอะไรไม่ได้เลย วันหนึ่งชายขี้ลืมคนนี้ถือมีดเข้าไปในป่าเพื่อจะไปตัดต้นไม้
มาทำฟืน เดินทางไปได้สักพักหนึ่งเกิดปวดอุจจาระ จึงเอามีดฟันติดกับต้นไม้ไว้
แล้วก็หาที่หลบไปถ่ายอุจจาระ พอถ่ายอุจจาระเสร็จก็เดินออกมา เห็นมีดเล่มหนึ่งอยู่ที่ต้นไม้
เขาลืมไปว่าเป็นมีดของตัวเอง เขาดีใจมากจึงรีบวิ่งไปคว้ามีดมาถือไว้
แล้วจับมีดชูขึ้นพลางเต้นไปรอบๆแล้วพูดว่า

" วันนี้โชคดีแต่เช้าเลย มีดของใครก็ไม่รู้ยังใหม่อยู่เลย
ลับเอาไว้คมกริบทีเดียว เจ้าของมีดนี่แย่มาก ของดีๆอย่างนี้มาลืมไว้ได้
อ้ายคนไม่รู้จักรักษาของ คนอย่างนี้ทำมาหากินอะไรมีแต่จะล่มจม "
เผอิญเขาเดินไปเหยียบเอาอุจจาระที่ตนเองถ่ายไว้เมื่อครู่นี้เข้า
ลืมว่าเป็นของตัวเอง จึงตะโกนด่าขึ้นว่า
อ้ายคนอุบาทว์ที่ไหนมาถ่ายไว้ได้ ที่ทั้งป่ากว้างใหญ่มาทำโสโครกเอาไว้ตรงนี้เอง
อ้ายมนุษย์อัปรีย์ "

" ขี้ลืมขนาดนี้มีในโลกด้วยเหรอเนี่ย แถมยังปากจัดอีกต่างหาก น่าจะไปเกิดใหม่...เนอะ "

อิๆๆๆๆๆ

โดย : พัชรี  
(202.143.139.115)
เมื่อ : 20/02/2007 10:34 AM


ความคิดเห็นที่: 3

จ อ ม โ ก ห ก
มีเด็กวัดอยู่สองคน โกหกชั้นหนึ่งไม่มีใครจับได้
วันหนึ่งทั้งสองคนได้ไปอาบน้ำที่ท่าน้ำแห่งหนึ่ง
และได้ตกลงกันว่า ถ้าใครโกหกได้ดีกว่าจะมีรางวัลให้
คนหนึ่งกระโดดลงไปในแม่น้ำ
โดยได้อมเหรียญห้าบาทลงไปด้วย
พอโผล่ขึ้นมาก็บอกแก่เพื่อนว่า
?เฮ้ย! ฉันดำน้ำลงไปเจอพญานาคกำลังเล่นไพ่กันอยู่
ฉันยังขอเหรียญห้าบาทมาหนึ่งเหรียญเลย?
เพื่อนอีกคนหนึ่งรู้ว่าโกหกแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรก็เลย
โดดลงไปในน้ำด้วยความโมโห หัวเลยไปชนตอหัวแตก
พอโผล่ขึ้นมาก็บอกแก่เพื่อนว่า
เฮ้ย! ฉันโดดลงไปในน้ำโชคไม่ดีเลย ท่านพญานาค
กำลังเล่นไพ่เสีย เลยตีหัวข้าแตก แล้วบอกว่าให้ฉัน
มาเอาเงินที่แกครึ่งหนึ่งไปซื้อยา"

ข้อคิดจากนิทานเรื่องนี้ ...
ขึ้นชื่อว่าคนโกหกแล้ว จะโกหกได้ทุกอย่าง ถ้าหากว่าจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน

โดย : พัชรี  
(202.143.139.115)
เมื่อ : 20/02/2007 10:36 AM


ความคิดเห็นที่: 4

พื้นเมืองเวียงจันทน์
อดีตกาลนานมา เวียงจันทน์กับไทยเป็นศัตรูกัน ไทยยกทัพไปตีเวียงจันทน์หลายครั้ง
แต่ก็ไม่ชนะสักทีทั้งที่มีกำลังมากกว่า เพราะเวียงจันทน์มีพระยานาคมาช่วยเหลือ คือเมื่อเจ้าเมืองตีกลองขึ้น
พระยานาคก็จะโผล่ขึ้นมาจากน้ำพ่นพิษใส่ทหารไทยตายหมด
กษัตริย์ไทยทราบเรื่องจึงวางแผนให้เชียงเมี่ยง ที่เป็นคนฉลาดหลักแหลม
ปลอมเป็นหมอมอ(หมอโหร) เข้าไปในเวียงจันทน์ เมื่อได้โอกาสเข้าพบเจ้าอนุ
เจ้าเมืองเวียงจันทน์ หมอมอทำนายว่าเจ้าอนุวงศ์จะได้รับมรดกที่เป็นเงินฝังไว้ที่ครกมอง
เมื่อเจ้าอนุให้คนไปขุดดูก็ได้พบจริงๆ จึงทำให้เกิดความศรัทธาเชื่อถือในหมอมอคนนี้มาก
ส่วนสาเหตุที่พบนั้น เนื่องจากเชียงเมี่ยงให้คนเอาไปฝังไว้ก่อนแล้ว
ต่อมาเชียงเมี่ยงให้คนทำว่าวติดธนู แล้วปล่อยขึ้นสูงมากจนมองไม่เห็น ได้ยินแต่เสียงธนู
เจ้าอนุแปลกใจมากหาสาเหตุไม่ได้จึงให้เรียกหมอมอมาทำนายดู หมอมอปลอม(เชียงเมี่ยง)
ก็ทำนายว่าจะมีเรื่องเดือดร้อนแก่บ้านเมือง เพราะเสียงนั้นคือภูตผีปีศาจที่ร้องโหยหวนจะลงมากินผู้คน
พระราชา อนุ ถามว่าจะมีวิธีแก้อย่างไร หมอมอปลอมบอกว่าจะต้องไปตัดลิ้นกลองใบนั้น
และให้อุดรูพระยานาคเสีย เสียงนั้นก็จะหายไปและภูติผีปีศาจจะไม่ลงมากินผู้คน
เจ้าอนุหลงกลจึงให้คนทำตาม
ฝ่ายเชียงเมี่ยงก็ให้คนไปตัดสายว่าว เสียงนั้นก็หายไป จากนั้นเชียงเมี่ยงก็ให้สัญญาณ
ให้กองทัพของไทยเข้าตีเวียงจันทน์ เจ้าอนุให้คนไปตีกลองเพื่อให้พระยานาคมาช่วย แต่กลองก็ตีไม่ดัง
เพราะสิ้นลิ้นไปแล้ว ประกอบกับพระยานาคก็ถูกอุดรู พระยานาคจึงไม่ได้ขึ้นมาช่วยทำให้เวียงจันทน์ต้องแพ้แก่ไทย
เจ้าอนุนั้นถูกฆ่าตาย แล้วเวียงจันทน์ก็ตกเป็นเมืองขึ้นของไทย

เรื่องนี้เป็นตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาในแถบลุ่มแม่น้ำโขงฝั่งไทย มีนครพนม สกลนคร หนองคาย เป็นต้น




โดย : พัชรี  
(202.143.139.115)
เมื่อ : 20/02/2007 10:38 AM


ความคิดเห็นที่: 5

ใครโง่กว่ากัน
มีชายสองคนพี่น้อง คนพี่ชื่อดำเป็นคนขยันทำมาหากิน เงินทองที่หามาได้ก็รู้จักใช้จ่าย
จนมีเงินเก็บอยู่บ้าง ส่วนคนน้องชื่อแดงเป็นคนเกียจคร้าน ไม่เอาใจใส่ต่อการทำงาน ได้เงินมา
ก็ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ไม่มีเงินเก็บหอมรอมริบ คอยแต่เบียดเบียนนายดำผู้พี่ ยิ่งไปกว่านั้นถ้านายดำ
เผลอเมื่อไหร่ เป็นอันต้องถูกนายแดงขโมยเงินเสมอ ไม่ว่านายดำจะซุกซ่อนเงินไว้ตรงไหน

อยู่มาวันหนึ่งนายดำต้องออกไปทำธุระนอกบ้าน จึงคิดหาวิธีที่จะซ่อนเงินที่มีอยู่หนึ่งพันบาท
ให้มิดชิดที่สุด คิดอยู่นานก็หาที่ซ่อนไม่ได้ จะเอาซ่อนตรงไหนๆ ก็เกรงว่านายแดงจะมาขโมยไป

ในที่สุดก็ตัดสินใจขุดหลุมฝังซ่อนไว้ดีกว่า จึงลงจากเรือนคว้าจอบใส่บ่าเดินออกหลังบ้าน
แล้วขุดหลุมเอาเงินห่อกระดาษใส่ลงก้นหลุม เอาดินกลบและดูความเรียบร้อย ดูไปดูมานายดำก็คิดว่า
"นี่ถ้านายแดงมาเห็นรอยเรากลบหลุมไว้อย่างนี้ คงต้องรู้ว่าเราฝังเงินเอาไว้แน่"

พลันความคิดของนายดำก็เกิดขึ้น เอาอย่างนี้ดีกว่าเราเขียนป้ายมาปักไว้ที่หลุมนี้ว่า
"เงินหนึ่งพันบาทของนายดำ ไม่ได้อยู่ในหลุมนี้" นายแดงก็คงจะไม่สงสัยเป็นแน่
คิดแล้วนายดำก็จัดการเขียนป้ายดังกล่าวมาปักไว้ที่หลุม เสร็จแล้วก็จัดแจงแต่งตัวออกจากบ้านไป

ฝ่ายนายแดงหลังจากเที่ยวเตร็ดเตร่อยู่หลายวัน จนเงินหมดจึงกลับบ้าน ไม่พบพี่ชาย
จึงได้โอกาสเหมาะเที่ยวค้นหาเงิน เชื่อว่าพี่ชายจะต้องซ่อนไว้ที่ไหนซักแห่งแน่ ค้นหาบนบ้านอยู่นาน
ก็ไม่พบ จึงเดินลงจากเรือนไปค้นตามหลังบ้าน ก็พบป้ายหนึ่งเขียนไว้ว่า
"เงินหนึ่งพันบาทของนายดำไม่ได้อยู่ในหลุมนี้"

เมื่อนายแดงอ่านป้ายดูแล้วก็เกิดความสงสัยว่า เมื่อไม่มีเงินแล้วจะเขียนป้ายบอกไว้ทำไม
จึงลงมือขุดดู ก็พบเงินที่ซ่อนไว้ เมื่อได้เงินมาแล้วนายแดงเกิดนึกขึ้นได้ว่า ถ้าพี่ชายกลับมาเห็น
เงินในหลุมหายไปก็คงโทษเราแน่ อย่ากระนั้นเลยเราเขียนป้ายปักไว้ดีกว่า เมื่อพี่ชายมาเห็นจะได้
คิดว่าเราไม่ได้เอาไป คิดดังนั้นแล้วนายแดงก็จัดการเขียนป้ายมาปักไว้ที่หลุมว่า
"เงินหนึ่งพันบาทในหลุมนี้นายแดงไม่ได้เอาไป"


โดย : พัชรี  
(202.143.139.115)
เมื่อ : 20/02/2007 10:40 AM


ความคิดเห็นที่: 6

ท้าวกำพร้าเรียนมนต์ตด
ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งมีเด็กน้อยกำพร้าอยู่คนหนึ่ง ญาติพี่น้องไม่มีใครสนใจ
เขาจึงต้องเที่ยวเร่ร่อนขอทานตามหมู่บ้านต่างๆ พอได้กินไปวันๆ หลวงพ่อที่วัดแห่งหนึ่ง
สงสารจึงรับเลี้ยงไว้เป็นลูกศิษย์ในวัด

ในสมัยนั้นเด็กผู้ชายจะต้องออกจากบ้านไปหาเรียนวิชา แล้วแต่ใครต้องการ
เรียนอะไรหลวงพ่อก็สั่งท้าวกำพร้าให้ไปเรียนวิชาเช่นกัน โดยก่อนไปได้กำชับว่า
"เรียนอะไรก็เรียนให้จบ และอยากเรียนอะไรก็ให้เลือกเรียนได้ตามใจชอบหลวงพ่อไม่ว่าอะไร"

ณ สำนักเรียนที่มีอาจารย์เก่งทางวิชาอาคม เวทมนตร์ต่างๆ เปิดสอนให้กับผู้คนทั่วไป
โดยเฉพาะคนหนุ่มๆนิยมไปเรียนกันมาก หลายคนเลือกเรียนวิชาตามใจชอบ แต่ท้าวกำพร้า
กลับเลือกเรียนในวิชาที่ไม่มีใครเรียนกัน นั่นคือ "วิชามนต์ตด" เขาเพียรพยายามเรียนจนจบ
ตามที่หลวงพ่อสั่งไว้ว่าเรียนอะไรก็เรียนให้จบ

ข่าวการเรียนมนต์ตดได้ยินไปถึงหูของญาติพี่น้องของเขา ยิ่งเพิ่มความจงเกลียดจงชังมากขึ้น
"เรียนอะไรไม่เรียนไปเรียนมนต์ตด ไม่ต้องเรียนมันก็ตดอยู่แล้ว ไปเรียนให้เสียเวลาทำไม"
ญาติคนหนึ่งบ่น

อันตัวข้าพเจ้ามีนามกรว่า...ท้าวกำพร้า
ได้ศึกษาวิชา...มนตราว่าด้วยตด...ทั้งตดยาว...ตดสั้น
ตดไปข้างหน้า...ตดมาข้างหลัง...ตดลอยสูง...ตดลอยต่ำ
ตดควบคุมเสียง...ตดเสียงสูง...เสียงต่ำ...ตดดัง...ตอค่อย
ตดไร้เสียง...................................................................
..................................................................................
ตดควบคุมกลิ่น...ทั้งกลิ่นหนา...กลิ่นบาง...ตดสร้างมิตร...
เสน่ห์ยาแฝด...ตดใส่หญิง หญิงรัก...ตดใส่ชาย ชายหลง..
..ตดใส่ตุ๊ด ตุ๊ดเป็นลม...เอ้ยไม่ใช่...หลงคารม.................
ตดกลิ่นทำลายมิตรภาพ...........ตดพิฆาตศัตรูพ่าย......
..........................................เมื่อศึกษาจนแตกฉาน
คิดทำการณ์สิ่งใด ก็สำเร็จดังประสงค์

พอเรียนจบเขากลับมาหาหลวงพ่อและเล่าเรื่องราวการเรียนให้หลวงพ่อฟัง
หลวงพ่อไม่ว่าอะไรได้แต่ให้กำลังใจว่า "ใครจะว่าอะไรก็อย่าไปสนใจ วิชาอะไรทุกอย่าง
มันมีคุณทั้งนั้น ขอให้รักษาวิชาตดไว้ให้ดีบางทีเราอาจได้อาศัย"

อยู่มาวันหนึ่งมีเรือสำเภาขนาดใหญ่ขนสัมภาระเพื่อไปจำหน่ายมากมาย
พอไปถึงหมู่บ้านนั้นเกิดไปติดหาดทรายไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ จ้างคนทั้งหมู่บ้าน
ลากเข็นก็ไม่ไป พอดีเท้ากำพร้าเดินไปพบเข้าจึงพูดออกไปว่า
"เรือติดแค่นี้ ไม่ต้องทำอะไรมากเลย เพียงแค่ตดใส่เท่านั้นก็ออกได้แล้ว"

นายสำเภาได้ยินดังนั้นก็โกรธแค้นมาก คิดว่าท้าวกำพร้าพูดสบประมาท
"ข้าจ้างคนทั้งหมู่บ้านยังลากออกไม่ได้ เอ็งเก่งมาจากไหนจะมาตดใส่ให้สำเภาออกได้"
พอพูดจบนายสำเภาก็สั่งลูกน้องให้จับตัวท้าวกำพร้าไว้ ฐานพูดจาดูหมิ่น

"ช้าก่อนท่าน" ท้าวกำพร้าชิงพูดขึ้น "ข้ายังไม่ทันตดให้ดูเลย ทำไมท่านถึงคิดว่าทำไม่ได้
ต้องพิสูจน์กันก่อนซิ ถ้าข้าตดแล้วสำเภาออกไปได้ ท่านจะยอมให้สินค้าทั้งหมดบนเรือแก่ข้าไหม"

"ตกลง ถ้าสำเภาเคลื่อนไปได้ ข้าจะยกสินค้าในสำเภาให้เอ็งหมด แต่ถ้าเคลื่อนไม่ได้
เอ็งจะต้องถูกฆ่าตาย" นายสำเภาตกลงและต่อรอง

เมื่อตกลงดังนั้นแล้ว ท้าวกำพร้าจึงยกมือเหนือหัวแล้วอธิษฐานถึงครูบาอาจารย์
เสร็จแล้วจึงเบ่งตดออกมาเสียงดัง "ป็าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาด"
ทุกคนตกตะลึงแทบไม่เชื่อสายตาที่สำเภาได้ค่อยๆเคลื่อนออกจากหาดทราย
นายสำเภาดีใจมาก จึงได้มอบสินค้าทุกอย่างที่มีบนเรือ ให้หนุ่มน้อยไปตามสัญญา

จากนั้นท้าวกำพร้าก็มีฐานะร่ำรวย ไม่อดอยากอีกต่อไป

จบบริบูรณ์


โดย : พัชรี  
(202.143.139.115)
เมื่อ : 20/02/2007 10:42 AM


ความคิดเห็นที่: 7

เหลือเชื่อ
มีผัวเมียคู่หนึ่ง เพิ่งจะแต่งงานกันใหม่ๆ พ่อแม่ก็ให้ไปปลูกกระท่อมอยู่กันที่ปลายนา
เพื่อคอยดูแลข้าวปลาที่ทำไว้แล้ว และกำลังงาม เกรงว่าวัวควายนกหนูจะมากัดกินข้าวเสียหาย

ผัวเมียทั้งสองก็มิได้ขัดข้องหรือรังเกียจเกี่ยงงอนแต่ประการใด
เมื่อพ่อแม่ให้ไปก็ไป เมื่อไปถึงก็ช่วยกันปลูกกระท่อมด้วยไม้ไผ่
และพยายามปลูกให้สูงที่สุดเท่าที่จะสูงได้ เพราะไม่ต้องการให้น้ำท่วม

ผัวจึงไปตัดไม้ไผ่เอามาทำเสากระท่อม ตัดมามากมายก่ายกองเหลือประมาณ
ปลูกกระท่อมจนเสร็จ กระท่อมนั้นนับว่าสูงมาก สูงที่สุดเลยทีเดียว

ครั้นเสร็จแล้วก็ขึ้นไปอยู่กัน นอนหลับสบายทั้งคืน
จนรุ่งเช้าผัวตื่นขึ้นไม่เห็นเมียก็ตกใจ มองหาจนทั่วก็ไม่เห็นเมีย
ผัวสงสัยคิดว่าเมียตกกระท่อม จึงก้มลงไปดูข้างล่าง
เห็นเมียตกกระท่อมร่างของเมียยังลอยอยู่ยังไม่ถึงพื้น ยังสูงอีกมาก
แล้วไม่รู้ว่าเมื่อไรจะตกถึงพื้นดิน

ข้อคิดที่ได้จากนิทานเรื่องนี้
การทำอะไรเกินพอดี อาจเกิดโทษภัยต่างๆขึ้นได้ ฉะนั้นควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนทำ และควรทำแต่พอดี


โดย : พัชรี  
(202.143.139.115)
เมื่อ : 20/02/2007 10:44 AM


ความคิดเห็นที่: 8

อิๆๆๆๆๆ.......ขำค่ะ
ดีจ้าญาอ้ายพิทักษ์ชัย

โดย : พัชรี  
(202.143.139.115)
เมื่อ : 20/02/2007 10:47 AM


ความคิดเห็นที่: 9

ขอซุมก้อมยุคใหม่ๆนำแน๊เด้อครับ
...สิเอาไปเล่าให้ผู้สาวฟัง ฮาเทือเขามักม่วน...

โดย : ครูแอ้นอุดร  Mail to ครูแอ้นอุดร
(203.113.61.103)
เมื่อ : 13/08/2007 06:08 PM



login name ::
  *
  password ::   (เฉพาะสมาชิก)
 
รูปประกอบ ::
  ไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
รายละเอียด ::
  *
  ใส่รูปแสดงอาการ ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
     

 Search Word:

This Website was created and designed by รัตติกาล - January 2003